131: 0437: เหตุผลที่คนซื้อทองคำ

ช่วงนี้ใครๆ ก็ซื้อทองคำกัน แต่ด้วยคำอธิบายที่แตกต่างกันออกไป

บางคนบอกว่า ทองคำน่าซื้อเพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยปกป้องเราจากเงินเฟ้อได้ อันนี้ว่ากันตามตำรา

แต่ถ้าลองใช้เหตุผลนี้อธิบายสถานการณ์ปัจจุบันก็ดูไม่ค่อยสมเหตุผลเท่าไร เพราะเวลานี้เงินเฟ้อทั่วโลกไม่ใช่เรื่องที่ตลาดกังวลเท่าไรนัก ตรงกันข้าม เศรษฐกิจโลกที่ดูอ่อนแอ เพราะปัญหาการว่างงานในสหรัฐฯ และปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรป ทำให้ราคาสินค้้า ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลนัก เงินเฟ้อของประเทศพัฒนาแล้ว น่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ เงินเฟ้อจึงไม่น่าเป็นเหตุผลที่ใช้อธิบายการพุ่งขึ้นของราคาทองคำในเวลานี้ได้

ยิ่งถ้าดูอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวในสหรัฐฯ ในเวลานี้ประกอบก็ยิ่งตอกย้ำว่า ตลาดไม่ได้กังวลเรื่องเงินเฟ้อ เพราะพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีให้ผลตอบแทนราว 2% เท่านั้น ปกติแล้วตัวเลขนี้ย่อมสะท้อนเงินเฟ้อในอนาคตที่ตลาดคาดการณ์ เพราะเจ้าหนี้ย่อมต้องการดอกเบี้ยอย่างน้อยเท่ากับเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้ปล่อยกู้ไปแล้วขาดทุน  การที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวต่ำมากขนาดนี้จึงแสดงว่า ตลาดไม่เชื่อว่า เงินเฟ้อจะเป็นเรื่องน่ากังวลไปอีกนาน

เหตุผลอย่างอื่นที่ได้ยินบ่อยรองลงมาคือ ทองคำแพงเนื่องจากคนจีนและอินเดียรวยขึ้น เพราะเศรษฐกิจเขาโตไว ความต้องการซื้อทองคำมาเป็นเครื่องประดับของสองประเทศนี้จึงสูงขึ้นทุกปีตามระดับรายได้ ส่งผลให้ความต้องการทองคำทั่วโลกสูงขึ้น

คำอธิบายนี้อาจมีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ถ้าดูจากตัวเลขอุปสงค์อุปทานของทองคำโลกในเวลานี้แล้ว ไม่น่าจะมีผลมากนัก เพราะที่จริงแล้ว การซื้อทองคำเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับทั่วโลกกลับกำลังอยู่ในช่วงขาลงตั้งแต่ปี 2007 ที่ 2, 405 ตัน ลงมาเหลือแค่ 2, 060 ตันในปี 2010 เท่านั้น ในขณะที่อุปทานของทองคำทั่วโลกกลับอยู่ในช่วงขาขึ้นจาก 3, 471 ตันในปี 2, 007 กลายเป็น 4, 108 ตันในปี 2010 อีกต่างหาก ทำให้ในปี 2010 อุปทานของทองคำมีมากกว่าอุปสงค์ที่ 3, 812 ตันเสียอีก (ข้อมูลจาก goldratefortoday.org)

แปลว่า โลกของเรากำลังผลิตทองคำได้เกินความต้องการซื้อเสียด้วยซ้ำ

ที่ความต้องการซื้อทองคำเพื่อเป็นเครื่องประดับไม่ได้เพิ่มขึ้นในเวลานี้น่าจะเป็นเพราะ ราคาที่สูงขึ้นอย่างมากของมันทำให้คนซื้อทองคำใส่น้อยลง (ทั้งที่อยากได้มากขึ้น) เพราะว่ามันแพง ในเวลาเดียวกัน ราคาที่แพงขึ้นก็จูงใจให้มีคนนำทองคำเก่ามารีไซเคิล เพื่อขายในตลาดกันมากขึ้นด้วย สรุปแล้ว การอ้างว่าทองคำแพงขึ้นความต้องการซื้อทองเป็นเครื่องประดับสูงขึ้นนั้น ก็ยังเป็นคำตอบที่ยิงไม่โดนอีกเหมือนกัน

คำอธิบายที่ฟังแล้วเข้าท่ามากที่สุดเท่าที่ได้ยินมา น่าจะเป็นแนวคิดที่บอกว่า ทองคำมีราคาสูงเพราะปัญหาวิกฤตเงินกระดาษเป็นหลัก

แนวคิดนี้บอกว่า ความน่าเชื่อถือที่ลดลงของทั้งเงินดอลล่าร์และยูโรเนื่องมาจากการก่อหนี้ที่สูงมากของทั้งสองภูมิภาค ทำให้ผู้คนมั่นใจในเงินสองสกุลนี้ลดลง ทำให้บรรดาเศรษฐีทั้งหลาย สถาบันการเงิน กองทุน หรือประเทศอาหรับที่ค้าน้ำมัน รวมไปถึงธนาคารกลางของประเทศทั้งหลาย ต้องมองหาที่เก็บเงินใหม่ ซึ่งทองคำก็เป็นหนึ่งในทางเลือกนั้น ทองคำจึงต้องมีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลล่าร์และยูโร

เหตุผลนี้ฟังดูเข้าท่าที่สุด เพราะหลายปีที่ผ่านมา เมื่อสหรัฐฯ เริ่มมีปัญหาขาดดุลการค้าในระดับที่รุนแรงมากขึ้น สินทรัพย์อื่นทุกชนิดที่ใช้เก็บความมั่งคั่งได้ต่างก็มีราคาสูงขึ้นกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลอื่นๆ ไม่ใช่เฉพาะทองคำอย่างเดียวเท่านั้น

ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือว่า เมื่อคนจำนวนมากต้องการออกจากเงินสกุลใหญ่ๆ อย่างดอลล่าร์ และยูโร แต่สินทรัพย์ทางเลือกอย่างอื่นไม่ดีมีปริมาณมากพอที่จะรองรับความต้องการนี้ได้ทั้งหมด โอกาสที่ราคาสินทรัพย์เหล่านี้จะพุ่งขึ้นมากเกินไป เพราะความขาดแคลนนั้น ย่อมเป็นไปได้มาก ดังนั้นหากเหตุผลหลักที่ทำให้ทองคำแพงมาจากวิกฤตเงินกระดาษ แทนที่จะมาจากเหตุผลในตัวของทองคำเองที่มีค่ามากขึ้น สักวันหนึ่งราคาทองคำก็อาจกลับสู่ระดับปกติที่เป็นพื้นฐานของตัวมันเองจริงๆ เมื่อปัญหาวิกฤตเงินกระดาษคลี่คลายลง

คำพูดหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยสำหรับคนที่ชอบซื้อทองคำคือ ทองคำน่าซื้อ เพราะซื้อแล้วไม่ขาดทุน เพราะราคามีแต่ขึ้น ถ้าซื้อแล้วตกลงมาก็ให้ทนถือไว้ สุดท้ายแล้วก็จะกลับมาแพงขึ้นได้อีก ผมว่าแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่อันตราย เพราะในยุคหนึ่งทองคำก็เคยแพงขึ้นจากร้อยกว่าเหรียญไปเป็นหกร้อยกว่าเหรียญในเวลาแค่ปีเดียว ด้วยเหตุผลเรื่องวิกฤตสงครามอิรัก-อิหร่าน แต่พอวิกฤตการณ์คลี่คลาย ราคาทองคำก็ร่วงกลับลงไปเหลือแค่สองร้อยกว่าเหรียญอย่างรวดเร็ว ถ้าใครซื้อไว้ที่หกร้อยกว่าเหรียญในตอนนั้น แล้วคิดว่าถือไว้เรื่อยๆ ก็จะกลับขึ้นไปใหม่ได้เอง เขาเหล่านั้นต้องรอคอยนานถึง 25 ปีเลยทีเดียว กว่าทองคำจะกลับมาที่หกร้อยกว่าเหรียญได้อีกครั้ง (ปี 1974-2004)

ที่จริงการคิดว่าราคาทองคำในเวลานี้จะเพิ่มขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ นั้น เป็นความคิดที่สมเหตุสมผลอยู่ไม่น้อย เพราะปัญหาหนี้ในประเทศที่พัฒนาแล้วในเวลานี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลงได้อย่างไร แต่ก็อย่าถึงขั้นปักใจเชื่อเลยครับว่า ทองคำซื้อแล้วไม่มีทางขาดทุน เพราะถ้วันหนึ่งหากเกิดเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายของตลาด ทำให้วิกฤตเงินกระดาษสามารถคลี่คลายลงได้ ราคาทองคำก็สามารถกลับสู่ระดับที่เป็นพื้นฐานที่แท้จริงของตัวมันเองแบบค้านสายตากรรมการ

130: 0373: Management Watchdog 2012

มาอีกแล้วครับกับโครงการ Management Watchdog ประจำปี

โครงการนี้เป็น Web Collaboration นะครับ ใครพบเห็นข่าวผู้บริหาร บจ.ให้เป้าปี 2555 ไว้ที่ไหน สามารถแจ้งไว้ที่คอมเมนท์ของหน้านี้ได้ ผมจะนำมารวบรวมไว้ในตารางข้างล่างนี้ต่อไป (ระบุที่มาไว้ด้วยก็ดีครับ)

ที่อยากได้เป็นพิเศษคือ บรรดาบริษัทของปีก่อนๆ เพราะจะได้เห็นผลงานติดต่อกันหลายๆ ปี

จบปี 2555 เราจะมาตรวจสอบกันอีกทีว่า ผู้บริหารแต่ละคนตั้งเป้าหมายไว้ ทำได้ใกล้เคียงหรือแตกต่างมากน้อยแค่ไหน

บริษัท เป้าหมาย ที่มา
 PTT รายได้รวม 2.83 ล้านล้านบาท  ดู
 SPALI รายได้รวมเกิน 20000 ล้านบาท หรือส่งมอบบ้านเกิน 6000 ยูนิต  ดู
 UAC  รายได้รวมเกิน 1 พันล้านบาท  ดู
APCS รายได้รวมเกิน 1.1 พันล้านบาท (+30%) ดู
SAMART รายได้เกิน 2.75 หมื่นล้าน กำไรเกิน 1 พันล้าน ดู
WORK รายได้ 2.3 พันล้าน ดู
TRT รายได้โต 20% ดู
HEMRAJ ขายที่ดินได้ 1500 ไร่ ดู
PS เป้ายอดขาย 29, 000 ล้าน ยอดรับรู้รายได้ 26, 000 ล้าน
เติบโต 12% และ 15% ตามลำดับ
ดู
SENA รายได้ 2 พันล้าน ดู
RS รายได้ 3.2 พันล้าน ดู
SEAFCO รายได้โต 10-15% ดู
PTTGC รายได้โตกว่าปี 54 ดู
OISHI ส่วนอาหารรายได้โต 27% ดู
GLOBAL โต 25-40%, เปิดใหม่ 7 สาขา ดู
KH รายได้ +10% ดู
TK รายได้โตเกิน 10% เปิดเพิ่ม 5-6 สาขา ดู
BJC รายได้ +20% ดู
SIRI ยอดขาย 32, 000 ล้าน ยอดรับรู้รายได้ 28, 000 ล้าน
เติบโตจากปีก่อน 33% และ 40%
ดูในคอมเมนท์
SYNEX เป้าปี 55 รายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% สูงกว่าภาพรวมตลาดไอทีคาดโต 12% ดูในคอมเมนท์
TKS รายได้โต 20%กำไรโต 10-20% ดูในคอมเมนท์
 TICON  คาดรายได้ปี 55 โตเท่าตัวมาที่กว่า 5 พันลบ.จาก 2 พันลบ. ดูในคอมเมนท์
 CPF  รายได้เกิน 3 แสนล้านบาท  ดูคอมเมนท์
BGH รายได้รวมโต 9-10% ดูในคอมเมนท์
GRAMMY รายได้โต 20% ดูในคอมมเมนท์

สำหรับผลลัพธ์ของปี 2011 จะมานำเสนอเมื่อทุกบริษัทออกงบปี 2011 เรียบร้อยแล้ว ในช่วงเดือน กพ ศกนี้นะครับ

129: 0444: หุ้นธนาคาร

ตั้งแต่จำความได้เหมือนผมจะไม่เคยเขียนถึงหุ้นธนาคารพาณิชย์เลย โดยส่วนตัวไม่ค่อยได้ลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ เพราะมีความเชื่อว่าสมัยนี้วิกฤตเกิดบ่อย เวลามีวิกฤตทีไรสถาบันการเงินมักโดนก่อนเสมอ เลยไม่ค่อยอยากคิดอะไรยาวๆ กับหุ้นกลุ่มนี้นัก Continue reading “129: 0444: หุ้นธนาคาร”

128: 0439: เดินหมากลงทุนกับสุมาอี้ (Jan 25, 2012)

เลื่อนไปหลายหน แต่ครั้งนี้ไม่เลื่อนแล้วนะครับ Continue reading “128: 0439: เดินหมากลงทุนกับสุมาอี้ (Jan 25, 2012)”

127: 0387: Guru Watchdog 2012

Goldman Sachs

  • ทองแตะ $1940
  • น้ำมันเฉลี่ยทั้งปี $120
  • หลีกเลี่ยงหุ้นธนาคารยุโรป

Jim O’Niell

  • กำลังจะมีข่าวใหญ่เกี่ยวกับอิตาลี แต่ยุโรปจะไม่ใช่ข่าวใหญ่ในปี 2012 อย่างปี 2011
  • ยูโรจะแตะ 1.1 มากกว่าที่จะเป็น 1.5 และแข็งเทียบกับฟรัง ในขณะทีี่เยนจะอ่อนเทียบดอลล่าร์
  • S&P จะไป 1400 มากกว่าจะเป็น 1000 จีนจะไม่มีปัญหา

Marc Faber:

  • ปี 2012 ควรลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
  • ตลาดเกิดใหม่จะค่อยๆ ไหลลงก่อนและแรงขึ้นต่อมา จุดเข้าซื้อในตลาดหุ้นอินเดียน่าจะอยู่ในช่วง 6-9 เดือนจากนี้

Jim Rogers

  • ฟรังสวิสจะทะลุ 1.2 ยูโร
  • น่าจะเห็นทองต่ำกว่า $1200
  • ผม Short หุ้นตลาดเกิดใหม่ หุ้นไฮเทคสหรัฐฯ และหุ้นยุโรป
  • SET แตะ 1130
  • กำไรบจ.โต 11.61% เฉลี่ย

MayBank (Kimeng)

  • คาดตลาดหุ้นไทยเกิดการปรับฐานใหญ่ช่วง 1H55 และเริ่มฟื้นตัวใน 2H55
  • กรอบ SET Index 820-1090 จุด บน PER 12 ที่ 9x-12x
  • กลุ่มบริโภคและลงทุนภายในประเทศยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ