Index Fund

หลักการและเหตุผล

การลงทุนแบบ passive แม้จะไม่ใช้วิธีที่ให้ผลตอบแทนที่สูงที่สุด แต่ก็มักให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่ในตลาดในระยะยาว อีกทั้งยังดูดดเวลาและต้องการความสามารถน้อยกว่ามาก จัดว่าตรงตามแนวคิดให้เงินทำงานแทนเราอย่างแท้จริง

เพื่อสนับสนุนการลงทุนแบบ Passive ผมได้สร้างพอร์ตสาธิตสำหรับการลงทุนใน Index Fund ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวอย่างและติดตามดูผลตอบแทนในระยะยาว

พอร์ตนี้จะลงทุนใน TMBSET50 เพราะเป็นกองทุนดัชนีที่ครอบคลุมตลาดค่อนข้างกว้า (SET50 มีมาร์เกตแค๊ปเกิน 70 ของทั้งตลาดหุ้นไทย) เพื่อกระจายความเสี่ยงที่มากที่สุด และยังเป็นกองทุนดัชนีที่มีนนโยบายลงทุนแบบ passive จริงๆ อีกทั้งไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลทำให้คำนวณผลตอบแทนได้ง่าย

ในการบริหารพอร์ตใช้การกำหนดสัดส่วนหุ้นต่อเงินสด โดยจะเริ่มต้นที่ หุ้น:เงินสด = 60:40 แล้วทำ Rebalancing ปีละหนึ่งครั้ง แบบ Range Rebalacing คือผู้ลงทุนมีอิสระในการทำ Rebalace ได้ด้วย โดยหุ้นจะมีสัดส่วนเท่าไรก็ได้แต่ต้องอยู่ระหว่าง 50-70% หลังทำ Rebalance เท่านั้น

ขนาดของเงินทุนเริ่มต้นคือ 1 ล้านบาท โดยส่วนของเงินสดจะถูกพักไว้ใน TMBMF ซึ่งเป็น Money Market Fund และการทำ Rebalance จะทำทุกวันที่ 25 มีนาคม ของทุกปี

พอร์ตนี้จะลงทุนไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนดเพื่อดูผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในระยะยาวนะครับ

FAQ

การเลือกช่วงระหว่าง 50-70% ควรพิจารณาจากอะไร?

ความถูกหรือแพงของตลาดหุ้นในเวลานั้น ซึ่งเป็นดุลยพินิจของนักลงทุนเองเลย

ทำไมไม่กำหนดให้ตายตัวไปเลย 

เป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเก็งกำไรได้บ้าง ให้พอหายอยาก และยังช่วยให้ไม่ต้องถือเงินสดในสัดส่วนที่มากเกินไปด้วย แต่ถ้านักลงทุนอยาก passive ล้วนๆ ไปเลย จะกำหนดตายตัวที่หุ้น 60% ไปเลยก็ได้

ทำไมต้องต่ำสุดที่หุ้น 50%

มาจากแนวคิดที่ว่าการลงทุนระยะยาวควรถือหุ้นมากกว่าเงินสด

ทำไมเลือกจุดสูงสุดที่หุ้น 70%

ไม่มีหลักอ้างอิง เป็นจุดสูงสุดที่ผมคิดว่าเหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่

เลือกลงทุนในกองทุนดัชนีที่มีนโยบายจ่ายปันผลได้มั้ย

ได้เลย ไม่มีปัญหา มีเงินปันผลก็เหมือนมีไข่ทองคำ สาเหตุที่เลือกตัวที่ไม่จ่ายปันผลก็เพราะว่ามัน track ผลตอบแทนง่ายดี เท่านั้นเอง

แตกต่างจาก 7thLTG อย่างไร?

7thLTG เป็นการลงทุนแบบ DCA จึงเหมาะกับคนที่ยังไม่มีเงินก้อน แต่ต้องการเริ่มต้นออมเงินเดือนทุกเดือนทีละนิด และ 7thLTG ยังต้องอาศัยทักษะในการเลือกหุ้นรายตัวด้วย แต่ Index Fund จะเหมาะกับคนที่มีเงินก้อนที่จะลงทุนตั้งแต่วันแรกเลย และต้องการใช้เวลากับตลาดหุ้นให้น้อยที่สุด

วันเริ่มต้นลงทุน : 25 มีนาคม 2014

start

92 thoughts on “Index Fund”

  1. ขอโพสต์สถานะของพอร์ตนี้ให้ดูสำหรับตอนกลางปีก็แล้วกันครับ

    เรียนตามตรงว่าช่วงนี้ผมกลับชอบการลงทุนแบบ Port rebalancing ของพอร์ตนี้มากกว่าการลงทุนแบบ DCA ซะอีก

    ถ้าหากเราเชื่อมั่นในอนาคตของเศรษฐกิจ DCA เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม แต่ถ้าหากเราเชื่อมั่นน้อยลง Port Rebalancing ดูมีเหตุผลมากกว่า เพราะถ้าหากดัชนีไม่ไปไหน อย่างน้อยเราก็ยังทำกำไรเก็บไว้ด้วยการ Rebalance พอร์ตบ้างเป็นระยะๆ ต่างจาก DCA ที่ซื้อเก็บอย่างเดียวเลย

    อย่างที่เคยบอกไป ส่วนตัว ผมไม่ค่อย bullish กับตลาดหุ้นไทย ห้าปีข้างหน้า มากเท่ากับที่เคยรู้สึก bullish กับมันเมื่อห้าปีก่อน แต่คิดว่า ถ้า 7thLTG สามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าเงินฝาก ไม่ขาดทุน ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว ส่วนจะหวังให้ดีเท่ากับห้าปีแรก น่าจะยากอยู่เหมือนกัน

    1. ถ้าลงทุนทุกเดือน ๆละ 1000 บาท แบบ 70% กองทุน TMBset50 = 700 บาทและ 30%TMBMF = 300 บาท แบบนี้จะให้ผลตอบแทนดีมั๊ยครับ
      ขอบคุณล่วงหน้าครับ

  2. ถามคุณโจ๊กครับ

    ปัจจุบัน ผมออมกองทุนดัชนี TMB50DV อยู่ครับ (ผมชอบเงินปันผล)

    ลงทุนแบบ DCA ครับ ซื้อทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาท (ลงทุนมาได้ 6 เดือนแล้วครับ)

    ถ้าผมจะเปลี่ยนไปลงทุนเปิดบัญชีออมหุ้นกับ บล.ฟิลลิป (ขั้นต่ำ 1,000 บาท/เดือน)

    ผมว่าจะซื้อหุ้น INTUCH ครับ ก็ DCA ไปทุกเดือนครับ เดือนละ 1,000 บาท (ชอบเงินปันผลครับ)

    แบบนี้ จะดีกว่าหรือเปล่าครับ? (เปลี่ยนจาก TMB50DV —> INTUCH)

    แล้วที่คุณโจ๊กบอกว่า กองทุนดัชนี ไม่เหมาะที่จะลงทุนแบบ DCA งั้นแสดงว่า ที่ผ่านมา ผมลงทุน TMB50DV ผิดวิธีเหรอครับ? (จริง ๆ คือ ยังไม่มีเงินก้อนครับ แต่ไม่อยากฝากแบงค์ครับ ผมชอบเงินปันผล ก็เลยลงทุนไปเลยครับ)

    ขอบคุณมากครับ

    1. แล้วแต่จุดมุ่งหมายของเรา

      ที่ผมบอกว่า กองทุนดัชนีไม่ค่อยเหมาะกับ DCA เป็นเพราะผมมอง ว่า outlook ของตลาดโดยรวมในช่วงห้าปีข้างหน้านี้ไม่ค่อยดี คือไม่ค่อยโต ถ้า ซื้อ DCA ทั้งตลาด (ผ่านกองทุนดัชนี)​ ก็จะย่ำอยู่กับที่ ถ้าจะซื้อกองทุนดัชนีภายใต้มุมมองนี้ น่าจะแบ่งสัดส่วนกองทุนต่อเงินสด แล้วปรับพอร์ตปีละครั้ง จะดีกว่า เพราะอย่างน้อยยังได้ขายทำกำไรเก็บไว้บ้าง

      แต่ถ้าชอบปันผล ไม่สน Capital Gain การ DCA กองทุนรวม ก็ไม่น่าเสียหายอะไร ส่วนทางเลือกที่ว่าจะเปลี่ยนไป DCA intuch แทน เพราะว่าปันผลเยอะกว่าตลาดนั้น โดยส่วนตัวมองว่าไม่ค่อยเหมาะ เพราะว่าหุ้นตัวเดียว มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาก อาจเสียหายจากราคาหุ้นมากกว่าเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นก็เป็นได้

  3. กรณี เราลงทุน Index Fund ไปแล้ว และในแต่ละปี มีโบนัส ประจำปี ที่สามารถลงทุนได้อีก
    เราจะลงทุนเพิ่มใน Port re-balancing นี้อย่างไรดีครับ
    ขอบคุณครับ

  4. ทำได้หลายแบบ อาจจะเพิ่มจำนวนเงินลงทุนต่อเดือนของเราให้ cover โบนัสโดยประมาณด้วย หรืออาจเก็บโบนัสไว้ซื้อเพิ่มในกรณีที่ตลาดหุ้นลงมากๆ (ตั้ง target ล่วงหน้าไว้)​ ก็ได้เหมือนกันครับ

  5. ถึงปลายปีอีกแล้วได้เวลาปรับพอร์ต index แล้วครับ

    พอร์ต ณ ปัจจุบัน เป็นตามรูปครับ

    ข้อกำหนดของเราคือ ปรับยังไงก็ได้ แต่ปรับแล้ว หุ้นต้องเป็น 50-70% ของทั้งพอร์ต

    กะว่าจะปรับให้หุ้นเป็น 70% ไปก็แล้วกัน เดี๋ยวปรับเสร็จแล้วจะเอาพอร์ตมาแปะอีกทีครับ

  6. ทำไมคุณโจ๊กถึงมองว่า 70:30 คืออัตราที่เหมาะกับช่วงเวลานี้หรือครับ
    ตอนนี้ผมวางไว้ที่ 50:50 เพราะรู้สึกสบายใจที่จะถือหุ้นน้อยหน่อยในช่วงนี้เฉยๆ
    คือผมมองไปที่อัตราส่วนหุ้นต่ำสุด แต่คุณโจ๊กมองไปที่อัตราสูงสุด
    เลยอยากทราบความคิดเห็นครับ ว่าคิดต่างกันอย่างไรบ้าง / ขอบคุณครับ

    1. ช่วงนี้ผมนั่งประเมินสถานการณ์สรุปได้ว่า ภาวะตอนนี้ ดู ไม่ดี และ ไม่ชั่วครับ เป็นกลางๆ

      ถ้ากลางๆ ก็ต้องลงทุนครับ เพราะคนเราต้อง bias นิดๆ ไปที่การลงทุน เพื่อสร้าง wealth

  7. Reblance กับ Index Fund สามารถกระทำในกรณีที่เป็นLTF ซื้อปีละครั้ง ได้หรือไม่คับ

  8. สอบถามเรื่องการ Re-balancing หน่อยครับ เห็นบอกว่าปีละครั้ง แต่ที่อ่าน comment มาจะมีการ Re-balancing เป็นระยะ ดังนั้นควร Re-balancing บ่อยแค่ไหนครับ ถ้าเราตั้งว่าทุกเดือน ทุกไตรมาส หรือ ปีละครั้ง มีข้อดีข้อเสีนอย่างไรครับ

Leave a Reply