136: 0372: Management Watchdog 2011 (Result)

มาแล้วครับ ผลงานของปี  2011 อย่างเป็นทางการ (ตามตัวไหนกันอยู่ ช่วยตรวจทานให้ผมด้วย เผื่อผมเบลอคิดเลขผิดไป)

ปี 2011 อาจจะไม่ใช่ปีที่ดีเท่าไรสำหรับการ Watchdog เพราะเกิดมหาอุทกภัย ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่หลายบริษัทที่อยู่ใน sector ที่เรามองเห็นจากภายนอกได้ว่าได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนย่อมสามารถอ้างได้ว่าเป็นความเสี่ยงที่เกิดจะคาดการณ์ล่วงหน้าได้  แต่เราจะเก็บสถิติต่อไปเรื่อยๆ ทุกปีครับ Continue reading “136: 0372: Management Watchdog 2011 (Result)”

130: 0373: Management Watchdog 2012

มาอีกแล้วครับกับโครงการ Management Watchdog ประจำปี

โครงการนี้เป็น Web Collaboration นะครับ ใครพบเห็นข่าวผู้บริหาร บจ.ให้เป้าปี 2555 ไว้ที่ไหน สามารถแจ้งไว้ที่คอมเมนท์ของหน้านี้ได้ ผมจะนำมารวบรวมไว้ในตารางข้างล่างนี้ต่อไป (ระบุที่มาไว้ด้วยก็ดีครับ)

ที่อยากได้เป็นพิเศษคือ บรรดาบริษัทของปีก่อนๆ เพราะจะได้เห็นผลงานติดต่อกันหลายๆ ปี

จบปี 2555 เราจะมาตรวจสอบกันอีกทีว่า ผู้บริหารแต่ละคนตั้งเป้าหมายไว้ ทำได้ใกล้เคียงหรือแตกต่างมากน้อยแค่ไหน

บริษัท เป้าหมาย ที่มา
 PTT รายได้รวม 2.83 ล้านล้านบาท  ดู
 SPALI รายได้รวมเกิน 20000 ล้านบาท หรือส่งมอบบ้านเกิน 6000 ยูนิต  ดู
 UAC  รายได้รวมเกิน 1 พันล้านบาท  ดู
APCS รายได้รวมเกิน 1.1 พันล้านบาท (+30%) ดู
SAMART รายได้เกิน 2.75 หมื่นล้าน กำไรเกิน 1 พันล้าน ดู
WORK รายได้ 2.3 พันล้าน ดู
TRT รายได้โต 20% ดู
HEMRAJ ขายที่ดินได้ 1500 ไร่ ดู
PS เป้ายอดขาย 29, 000 ล้าน ยอดรับรู้รายได้ 26, 000 ล้าน
เติบโต 12% และ 15% ตามลำดับ
ดู
SENA รายได้ 2 พันล้าน ดู
RS รายได้ 3.2 พันล้าน ดู
SEAFCO รายได้โต 10-15% ดู
PTTGC รายได้โตกว่าปี 54 ดู
OISHI ส่วนอาหารรายได้โต 27% ดู
GLOBAL โต 25-40%, เปิดใหม่ 7 สาขา ดู
KH รายได้ +10% ดู
TK รายได้โตเกิน 10% เปิดเพิ่ม 5-6 สาขา ดู
BJC รายได้ +20% ดู
SIRI ยอดขาย 32, 000 ล้าน ยอดรับรู้รายได้ 28, 000 ล้าน
เติบโตจากปีก่อน 33% และ 40%
ดูในคอมเมนท์
SYNEX เป้าปี 55 รายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% สูงกว่าภาพรวมตลาดไอทีคาดโต 12% ดูในคอมเมนท์
TKS รายได้โต 20%กำไรโต 10-20% ดูในคอมเมนท์
 TICON  คาดรายได้ปี 55 โตเท่าตัวมาที่กว่า 5 พันลบ.จาก 2 พันลบ. ดูในคอมเมนท์
 CPF  รายได้เกิน 3 แสนล้านบาท  ดูคอมเมนท์
BGH รายได้รวมโต 9-10% ดูในคอมเมนท์
GRAMMY รายได้โต 20% ดูในคอมมเมนท์

สำหรับผลลัพธ์ของปี 2011 จะมานำเสนอเมื่อทุกบริษัทออกงบปี 2011 เรียบร้อยแล้ว ในช่วงเดือน กพ ศกนี้นะครับ

127: 0387: Guru Watchdog 2012

Goldman Sachs

  • ทองแตะ $1940
  • น้ำมันเฉลี่ยทั้งปี $120
  • หลีกเลี่ยงหุ้นธนาคารยุโรป

Jim O’Niell

  • กำลังจะมีข่าวใหญ่เกี่ยวกับอิตาลี แต่ยุโรปจะไม่ใช่ข่าวใหญ่ในปี 2012 อย่างปี 2011
  • ยูโรจะแตะ 1.1 มากกว่าที่จะเป็น 1.5 และแข็งเทียบกับฟรัง ในขณะทีี่เยนจะอ่อนเทียบดอลล่าร์
  • S&P จะไป 1400 มากกว่าจะเป็น 1000 จีนจะไม่มีปัญหา

Marc Faber:

  • ปี 2012 ควรลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
  • ตลาดเกิดใหม่จะค่อยๆ ไหลลงก่อนและแรงขึ้นต่อมา จุดเข้าซื้อในตลาดหุ้นอินเดียน่าจะอยู่ในช่วง 6-9 เดือนจากนี้

Jim Rogers

  • ฟรังสวิสจะทะลุ 1.2 ยูโร
  • น่าจะเห็นทองต่ำกว่า $1200
  • ผม Short หุ้นตลาดเกิดใหม่ หุ้นไฮเทคสหรัฐฯ และหุ้นยุโรป
  • SET แตะ 1130
  • กำไรบจ.โต 11.61% เฉลี่ย

MayBank (Kimeng)

  • คาดตลาดหุ้นไทยเกิดการปรับฐานใหญ่ช่วง 1H55 และเริ่มฟื้นตัวใน 2H55
  • กรอบ SET Index 820-1090 จุด บน PER 12 ที่ 9x-12x
  • กลุ่มบริโภคและลงทุนภายในประเทศยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ

105: 0381: Management Watchdog 2011

ถ้าได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาจากท่านผู้อ่านจะทยอยนำมารวบรวมในโพสต์นี้นะครับ

บจ. เป้ารายได้ หมายเหตุ
Synex +20% http://www.ryt9.com/s/iq05/1094438
MINT +10% see Continue reading “105: 0381: Management Watchdog 2011”

104: 0379: Management Watchdog (Result)

สืบเนื่องจาก 0253: Management Watchdog

บจ. เป้ารายได้ หมายเหตุ ผลลัพธ์
CPF + 5-7% กำไรสุทธิเยอะกว่าปีก่อน เงินปันผล 1H สูงกว่าเดิม รายได้ +15% กำไร +33% เงินปันผล +10%
CK +10% ไม่ขาดทุน -29%, ขาดทุน
PS พรีเซล 3 หมื่นล้าน พรีเซล 3.8 หมื่นล้าน
SPALI 1 หมื่นล้าน พรีเซล 1.4 หมื่นล้าน รายได้ 10529 ล้าน พรีเซล 13885 ล้าน
CPN Double digit growth [งบออกเมื่อไรจะนำมาอัพเดท]
THAI + 20.7% +12.4%
SAT + 25% Gross 20-25% รายได้ +46% GM 19.8%
JAS > 1 หมื่นล้าน 9, 896 ล้าน
PRIN พรีเซล 5.5 พันล้าน 4 พันล้าน
CMO + 20% 17.3%
MCOT + 5% +16%
NWR + 10% +20%
TNDT + 20% -18%
LANNA เท่าเดิม ขอรับรองว่าปี 54 ก้าวกระโดด +66%
ETG +40% Net Margin 3-4% [งบออกเมื่อไรจะนำมาอัพเดท]
LIVE 500 ล้าน [งบออกเมื่อไรจะนำมาอัพเดท]
ROBINS 3-4% +15.2%
PLE เท่าเดิม -1.2%
SNC 4800-5000 ล้าน 8248 ล้าน
AGE +20% +31%
DRT +10% +19%
MFEC +15-20% -4.4%
BAFS + 3% Net Margin 28% +9%, Net 24.8%
UMS > 20% Gross 25-30% +23%, GM 23.8%
AH เท่าปี 2551 [งบออกเมื่อไรจะนำมาอัพเดท]

ดูไว้ประกอบการตัดสินใจในปีต่อๆ ไปนะครับ ว่าคำพูดของ ผบห.ของแต่ละบริษัท ควรจะ discount หรือให้ premium สักเท่าไร^^ (ถ้าผมจดอันไหนมาผิด รบกวนแจ้งด้วย บางบ.ผมอาจตาลาย)

ขอย้ำว่า การที่ บ.ทำไม่ได้ตามเป้านั้นไม่ได้ผิด เพราะธุรกิจย่อมมีความไม่แน่นอนได้ แต่ที่อยากจับตาเป็นพิเศษคือ บ.ที่พลาดเป้าทุกปีและพลาดไกลมากๆ ผมเห็นว่าควรนำสถิติของบ.พวกนี้มาเปิดเผย เพื่อเตือนใจนักลงทุนหน้าใหม่ และเป็นการให้รางวัล บริษัทที่ไม่พูดอะไรแบบขายฝันไปเรื่อยๆ เพียงหวังให้นักลงทุนซื้อหุ้นอย่างเดียว

Management Watchdog เป็น Watchdog เดียวที่ผมเลือกจะทำต่อไปเป็นประจำทุกปีนะครับ อยากขอแรงท่านผู้อ่าน หากพบเห็นเบาะแสดราม่า เอ๊ย บทสัมภาษณ์ของผู้บริหาร เกี่ยวกับเป้าปี 2554 ที่ไหน รบกวนแจ้งผมด้วย ผมจะได้รวบรวมเป็น Management Watchdog ประจำปี 2554 โดยจะแจ้งผมผ่าน comments ของกระทู้นี้ หรือจะเมลหาผมก็ได้ครับ ขอเป็นเป้าทั้งปีเท่านั้น เพื่อความง่ายในการนำเสนอ และรบกวนขอ Reference ด้วย เช่น URL ที่อ่านเจอ เป็นต้น

งานนี้ถือ web collaboration รูปแบบหนึ่งครับ (wikiStocks) ลองดูนะครับ

97: 0349: Guru Watchdog (Result)

สืบเนื่องจาก 0252: Guru Watchdog

Jim Rogers (Source 1 2 3 )

– ช่วงนี้ผมสะสมดอลลาร์เพิ่มขึ้น เพราะเห็นว่าทุกคนมองดอลลาร์ร้ายกันหมด แต่ก็ยังเป็นจำนวนที่น้อยกว่าเงินสกุลอื่นๆ ที่ผมถืออยู่ เพราะยังไงๆ ดอลลาร์ก็จะแย่ลงเรื่อยๆ ในระยะยาว ผมแค่อยากจะลองทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น แต่ผมไม่ใช่คนเล่นสั้นที่เก่งเลย

[อันนี้ถือว่าถูก เพราะ USD Index ต้นปี 78 ขึ้นไปสูงสุด 88 ตอนนี้ 80ได้กำไรน้อยมาก แต่ก็ยังถือว่าไม่ทำให้ขาดทุน]

– ตอนนี้ ผมยังไม่ซื้อทองคำเพิ่ม เพราะผมถือทองคำอยู่แล้ว แต่จะไม่ขายมันด้วย ถ้าหากทองคำลงไปแตะต่ำกว่าพันเหรียญ ผมก็จะซื้อเพิ่มอีก เพราะภายในปี 2019 ทองคำจะต้องยืนเหนือระดับ $2, 000 ได้อย่างแน่นอน และนั่นไม่ใช่สมมติฐานที่มากเกินไปเลย

[อันนี้ไม่รู้เพราะผ่านไปแค่ปีเดียว]

– ปีหน้าเราอาจจะเห็นรัฐบาลของบางประเทศประสบปัญหาทางการเงินเพิ่มอีก อาจจะเป็น อาร์เจนติน่า ยูเครน หรือแม้แต่ UK ก็เป็นไปได้ ในช่วงสองสามปีนี้จะต้องมีวิกฤตการเงินอีกอย่างแน่นอน นอกเหนือจากทองคำแล้ว silver และเงินสกุลเอเชียบางประเทศก็น่าสนใจด้วย

[เรื่องรัฐบาลมีปัญหาถือว่าถูก แต่ผิดประเทศ เชียร์ silver และเงินเอเชีย ถูกต้อง อันนี้ยอดเยี่ยม]

– สินค้าเกษตรน่าสนใจมาก เพราะว่าราคาของมันตกต่ำมาเป็นทศวรรษแล้ว ผมว่ามันเป็นสินทรัพย์ที่ราคาถูกที่สุดในตอนนี้ เรากำลังจะมีวิกฤตอาหาร ตอนนี้ข้าวสร้าง all time high ได้แล้ว แต่น้ำตาลยังห่าง all time high อยู่มาก

[อันนี้ไม่รู้ว่าจะถือว่าถูกหรือผิดดี เพราะน้ำตาลระหว่างวิ่งร่วงลงแบบดิ่งนรก แต่ปลายปีกลับขึ้นมาสูงกว่าต้นปีแต่น้อยมาก]

– ช่วงนี้เป็นช่วงที่แปลกมาก เพราะผมไม่ได้ short อะไรเลย ผมหาไม่เจอว่ามีอะไรที่ราคาแพงมากๆ แต่ถ้าจะให้ short ผมคงเลือก US Government Bond

[อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะถือว่าถูกหรือผิดดี เพราะระหว่างปีตลาดบอนด์วิ่งแรง แต่ปลายปีกลับมาอยู่เกือบเท่ากับตอนต้นปีดีขึ้นน้อยมาก น่าจะถือว่าผิดนะ]

Marc Faber (Source)

Overall, 2010 will not be one for the record books, as 2009 was. He’s looking at a more normal 5%-10% rate of return for global investors. [ถือว่าเกือบถูก MSCI World Index +3.6% ปีนี้้]

Here are Faber’s views on other markets and asset classes:

Asia: “Longer term we’ll have still favorable growth, ” he says. He thinks India and Japan both offer opportunities. In his eyes, this view gained even more credibility after they were not mentioned once during the Barron’s round-table discussion.

[อันนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะระยะยาว]

Bonds: The bull market in Treasuries that lasted from 1980-2008 is a thing of the past. Near term: after a dismal 2009 the bond market could be in for a rebound. Longer term: look for exit opportunities in Treasuries.

[ไม่รู้ เพราะระยะยาว]

Gold: Still a long-term buy.

[คำแนะนำที่ดี]

Oil: Prices in the $80s make sense since the marginal cost to find a barrel is about $70. Longer term he expects prices to continue rising as demand increases from the developing world.

[คำแนะนำที่ดี]

Agricultural commodities: In the short term, Faber’s favorite commodity is wheat. He advises against buying the wheat ETFs because they’re relatively expensive. Instead, play it through farm land or potash companies, he says. [คำแนะนำนี้ไม่มีประโยชน์อะไร WEAT แทบไม่เปลี่ยนแปลงตลอดปี]

โทมัส ตัน (ที่มา)

1. ทองคำ จะแตะระดับ 1500 เหรียญต่อออนซ์ในปี 2010 [ผิด] หรือหมายถึงขึ้นไปอีก 50% จากระดับปัจจุบัน ส่วนโลหะเงินก็จะตามกันไป แตะระดับ 25 เหรียญต่อออนซ์ [ถูก ตอนนี้ 29 อันนี้เยี่ยม] ส่วนดัชนีหุ้นเหมืองทองคำ HUI จะขึ้นผ่าน 600 เหรียญ [ผิด ตอนนี้ 559] ด้วย

2. ดัชนี USD index จะเหลือ 60 จุด [ผิด ตอนนี้ 80 ไม่เคยลงไปถึง 60 เลยด้วย]

3. ตลาดหมีใน S&P ที่รีบาวน์อยู่ในตอนนี้ จะขึ้นต่อได้อีกราว 7 เดือน จากเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม [ผิด 7 เดือนแรกลงมากกว่า] แล้วหลังจากนั้น ตลาดจะต้องเผชิญกับหน้าผาสูงชันที่จะมาเขย่าขวัญอีกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงสิ้นปี [ผิด ปลายปีเป็นขาขึ้นชัดเจน]

4. หุ้น Citigroup จะลดลงเหลือต่ำกว่า 2 เหรียญอีกครั้ง [ผิด ตอนนี้ 4.6] (ปัจจุบัน 3.30 อดีตก่อนเกิดวิกฤติอยู่ที่เกิน 50)

5. ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐ จะเพิ่มขึ้น 2 เท่าจาก 1.5% ในปัจจุบันเป็น 3% ซึ่งนี่จะเป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ [ถูก ตอนนี้ 3 กว่า]

6. การรีบาวน์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของดัชนี S&P/Case-Schiller จะเกิดแค่ช่วงสั้นๆ ดัชนี Schiller จะร่วงลงมากกว่า 15% ในปี 2010 ต่ำกว่า 120 [ผิด ตลอดปีไม่มีแตะ 120 เลย ห่างไกลมาก]

7. หลังจากซื้อเวลาได้อีกครึ่งปี หุ้นอุตสาหกรรมส่วนบุคคล (PE) จะเผชิญแรงกดดันในปี 2010 โดยเฉพาะในครึ่งปีหลัง

8. จีนจะยังคงอัตราการเติบโตราว 9% ในปี 2010 [ถือว่าถูก]

9. เงินเฟ้อจะแตะระดับ 10% วัดจากฐาน CPI [ผิด]

10. น้ำมันจะแตะระดับ 3 หลัก (100 เหรียญ) อีกครั้งในปี 2010 [ผิด] ราคาปัจจุบันราว 70 เหรียญ

หมอไพศาล

สำหรับภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และตลาดหุ้นในปี 2553 หมอไพศาล พยากรณ์ให้ฟังว่า ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2553 “ตลาดหุ้นจะไม่ดีอย่างแรง” โอกาสปรับตัวลงมาอยู่ระดับ 400 จุดอาจมีให้เห็นได้ [ผิด] ช่วงนี้เหมาะสมมากที่นักลงทุนจะหาจังหวะช้อนหุ้นที่ชื่นชอบเก็บเอาไว้โดย เฉพาะกลุ่มพลังงาน ถ่านหิน และวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น เนื่องจากพระราหูย้ายเข้ามาอยู่ในราศีธนู ซึ่งบ่งบอกว่าธุรกิจประเภทดังกล่าวจะรุ่งเรืองมาก

หลังจากนั้นตั้งแต่ในเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2553 ตลาดหุ้นจะมีอาการ “ทรงตัว” [ผิด เจอวิกฤตช่วงเมษา] ก่อนจะทะยานขึ้นไปสู่ “จุดสูงสุด” ในระหว่างเดือนกันยายน – ธันวาคม 2553 [ถูก] ซึ่งมีโอกาสจะทะลุ 700 จุดหรือ 800 จุดได้ ในแง่ของเศรษฐกิจในปี 2553 ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนราคาทองคำมีโอกาสทะลุ 20, 000 บาท ใครมีเงินซื้อทองคำ (แท่ง) เก็บเอาไว้ได้กำไรแน่นอน [ถือว่าถูก]


95: 0351: Analyst Watchdog (Result)

สืบเนื่องจาก 0249: Analyst Watchdog นะครับ

ขออภัยที่ลืม track ผลการทดลองช่วง 3, 6, 9m เอาเป็นว่าขอรวบเป็น 1yr ไปเลยละกันครับ

ต้นทุน (24/12/09) เงินปันผล ราคาตลาด(24/12/10, at open) ผลตอบแทน
advanc 84.5 17.3 88 5.3%
bay 22.1 0.40 25 15%
kbank 84.75 2.50 126 51.6%
pttep 143.5 3.75 168 19.6%
qh 2.66 0.12 2.12 (15.7%)
scb 86 3.50 104 25%
tasco 36.25 0 66.50 83%

ผลตอบแทนเฉลี่ยรวมเงินปันผลออกมาที่ 26.25%

ถ้าเทียบกับ SET ดัชนีในหนึ่งปีเพิ่มจาก 729.8 (23/12/2009) ไปเป็น 1021.27 (23/12/2010) คิดเป็นผลตอบแทน 40% ยังไม่นับเงินปันผลอีกต่างหาก

สรุปแล้ว การซื้อตามบทวิเคราะห์ไม่อาจช่วยทำให้คุณชนะตลาดได้ (โอกาสชนะแค่ 2 ใน 7) การซื้อ Index Fund ยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญเสียด้วยซ้ำ (ไม่ต้องเสียเวลาอ่านด้วย)

(ที่จริงควรทดลองซ้ำอีกสักหลายๆ ปีหน่อย แต่ว่าขี้เกียจทำแล้ว เอาเป็นว่าพอได้ไอเดียก็แล้วกันครับ ใครสนใจอย่างทดลองลองไปทำต่อเอาเองได้)