Intuition
Intuition มาจาก คำว่า in ซึ่งแปลว่า “ไม่” กับ คำว่า tuition ซึ่งแปลว่า “สอน” คำว่า Intuition จึงหมายถึง สิ่งที่เราสามารถรู้ได้เอง
Intuition มาจาก คำว่า in ซึ่งแปลว่า “ไม่” กับ คำว่า tuition ซึ่งแปลว่า “สอน” คำว่า Intuition จึงหมายถึง สิ่งที่เราสามารถรู้ได้เอง
เคยแอบสงสัยกันหรือไม่ว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นโดยเฉลี่ยแล้ว ได้ผลตอบแทนกันคนละเท่าไร? Terry Odean (UC Berkeley) และ Brad M.Barber (UC Davis) เคยทำการศึกษาผลตอบแทนของนักลงทุนจำพวกที่มีการซื้อขายรายวันเป็นประจำ หรือที่เรียกว่า Day traders ในตลาดหุ้นไต้หวันจำนวนทั้งสิ้น 139,000 บัญชี โดยทำการคำนวณผลตอบแทนสุทธิในช่วงหกเดือนจากฐานข้อมูลลูกค้าของโบรกเกอร์ระหว่างปี 1995 ถึง 1999 ผลปรากฎว่า 82% ของบัญชี มีผลตอบแทนสะสมสุทธิ ที่ “ขาดทุน” หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ…
Harold Crick เจ้าหน้าที่สรรพากร ใช้ชีวิตประจำวันแบบจำเจมากว่า 12 ปี ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็จะมีเสียงประหลาดคอยบรรยายกิจกรรมนั้นๆ อยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา วันหนึ่ง เขาก็เริ่มคิดที่จะเป็นกบฏต่อเสียงลึกลับนั้นด้วยการหนีออกจากชีวิตประจำวันที่จำเจ เขาได้พบกับ Jules Hilbert (Dustin Hoffman) อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยและทำให้ค้นพบว่า เสียงในหัวของเขาคือเสียงของ
เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเรามักไม่อยากเจอเรื่องร้ายๆ ในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ไม่ได้คาดฝันหรือเตรียมใจรับมาก่อน เคยคิดเล่นๆ กันมั้ยครับว่า ถ้าหากเรารู้ล่วงหน้าหมดทุกอย่างว่าจะเกิดอะไรขึ้นในแต่ละวัน เราจะเลือกทำอะไรกับพลังวิเศษนั้นบ้าง? ลองคิดดูเล่นๆ ก่อนแล้วไปเอาหนังเรื่องนี้มาดูก็ได้ว่าจะมีอะไรที่เหมือนกันบ้างมั้ย บางทีการที่ขีวิตเราต้องพบกับเรื่องไม่คาดฝันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เราไม่ชอบอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของคนเรามีรสชาติก็ได้ แม้ว่าคุณอาจจะคิดว่าคุณไม่ได้ชอบมันก็ตาม
หัวหน้างานที่เก่งจะสร้างสภาวะแวดล้อมของการทำงานให้ลูกน้องมีความรู้สึกว่า กดดันนิดๆ กล่าวคือมีความเครียดอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้มากเกินไป และในเวลาเดียวกัน ก็ไม่ปล่อยให้ลูกน้องรู้สึกสบายเสียจนไม่มีความกดดันอะไรเลย เพราะคนเรามักทำงานได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในสภาวะที่มีแรงกดดันนิดๆ
หนังเรื่องนี้ดูจบแล้วรู้สึก Feel Good มากๆ รู้สึกว่าไม่ได้ดูหนังแนวนี้มานานหลายปีแล้ว เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเวลาที่เราดูอยู่เราจะรู้สึกได้เลยว่าคนเขียนบทช่างเข้าใจจิตใจของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างลึกซึ้งจริงๆ มันทำให้ตัวละครทุกตัวดูมีมิติ และเหมือนจริงมากๆ ดูแล้วเชื่อและเกิดอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครได้ ชอบ message สำคัญของหนังเรื่องนี้ด้วยที่บอกว่า ทำไมทุกคนถึงเอาแต่วิ่งตามคนที่ไม่ได้เห็นความสำคัญของเราแม้แต่น้อย แต่กลับไม่สนใจคนธรรมดาๆ ที่ดีกับเรามากกว่า ถ้าใครดูเรื่องนี้แล้วชอบ ผมนึกถึงหนังอีกเรื่องหนึ่งที่จำได้ว่าดูจบแล้ว Feel Good แบบเดียวกันเลยคือ the Cider House Rules เป็นหนังดีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าดูครับ
เวลาพูดถึงความไม่เท่าเทียมกันของสังคม เรามักพูดถึงความแตกต่างระหว่างชนชั้น แต่สถาบันวิจัย PEW รายงานไว้เมื่อปี 2011 ว่า ความมั่งคั่งของคนอเมริกันที่อยู่ในวัยกว่า 65 ปี ในเวลานี้ ได้ทิ้งห่างคนอเมริกันในวัย 24-35 ปี เป็นช่วงกว้างที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ มีความไม่เท่าเทียมกันระหว่างวัยที่มีนัยสำคัญมากด้วย คนอเมริกันวัย 65 ขึ้นไปมีความมั่งคั่งโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับสถิติเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ในขณะที่คนอเมริกันที่เป็นหัวหน้าครอบครัวในวัย 35 ลงไปกลับมีความมั่งคั่งน้อยลง 68% เมื่อเทียบกับ 25…
Epicurus คือ ปราชญ์ชาวกรีกโบราณ ผู้ก่อตั้งสำนัก “สุขนิยม” มุมมองเกี่ยวกับคำว่า “ความสุข” ของเขานั้นเป็นอะไรที่น่าสนใจมากทีเดียว Epicurus เชื่อว่า จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตของคนเรานั้นไม่ใช่อะไรอย่างอื่นนอกจากการแสวงหา “ความสุข” อันได้แก่ การทำชีวิตให้มีความสุขมากที่สุดตลอดเวลาที่เราอยู่บนโลกใบนี้ ไม่ใช่เพื่อชีวิตในโลกหน้า หรือเพื่ออุดมคติอย่างอื่น เพราะ Epicurus เชื่อว่า นามธรรมทุกชนิดล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากความสุขและความทุกข์ทั้งสิ้น คนที่บอกว่าตัวเองเกิดมาเพื่อความดีหรือความยุติธรรม แต่วันๆ เอาแต่ปั้นหน้ายักษ์ใส่คนอื่น เพราะยังเป็นคนที่ไม่มีความสุขนั้น Epicurus ถือว่าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ Epicurus จะบอกว่า…
[ดาวน์โหลด] นึกสนุกเลยนั่งทำ Cash Flow Analysis ของการผ่อนคอนโดเพื่อปล่อยเช่ามาแชร์กัน ลองปรับสมมติฐานต่างๆ ให้ตรงกับเคสของคุณดูว่าได้ IRR เท่าไรก่อนตัดสินใจลงทุนได้ครับ หรือใครจะนำไปพัฒนาต่อให้สมบูรณ์มากขึ้นก็ได้ อันนี้เป็นการลงทุนด้วยการผ่อนกับแบงก์นะครับ ถ้าใครซื้อเงินสด ผลตอบแทน (IRR) จะต่ำกว่านี้ เนื่องจากเงินของเราเองจะจมมากขึ้น อสังหาต้องใช้ Leverage เข้าช่วยเพื่อเพิ่ม IRR และซื้อมาแล้วก็ต้องปล่อยเช่าให้มีเงินสดเข้ามาเพิ่มตลอดด้วย ยิ่งปล่อยให้ว่างมากเท่าไร ผลตอบแทนก็จะต่ำลง IRR ยิ่งมากยิ่งดี และควรมากกว่าดอกเบี้ยธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ เช่น 10% ขึ้นไป…
เคยสงสัยกันมั้ยครับว่าตลอดชีวิตคนเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง? ข้อมูลจากนิตยสารฟอร์บส์ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คนอเมริกันจะใช้จ่ายเงินไปกับที่อยู่อาศัยมากที่สุดคือราว 22% ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดชีวิต (ได้แก่ ค่าซื้อบ้าน ค่าเช่าบ้าน รวมทั้งภาษีที่เกี่ยวข้อง) ส่วนค่าอาหารนั้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 14% ตามด้วยค่าขนส่ง ได้แก่ ค่าน้ำมันรถ ค่าซื้อรถยนต์ หรือค่าโดยสารต่างๆ รวมกันประมาณ 13% ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการประกันชีวิต และเงินสมทบบำนาญต่างๆ นั้นมีมูลค่ารวมกันประมาณ 11%, ส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพ ได้แก่ ค่าหมอ ค่ายา ค่าประกันสุขภาพ นั้นรวมกันประมาณ 6%…