415: บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด (XO)

XO ส่งออกน้ำจิ้มและเครื่องแกงสำเร็จรูปเป็นหลัก ตลาดหลักคือตลาดยุโรป (70%)

หลายปีที่ผ่านมา ตลาดส่งออกน้ำจิ้มและเครื่องแกงสำเร็จรูป มีการเติบโตที่สูง และยังสูงอยู่แม้ว่าส่งออกไทยจะตกลง หรือเงินยูโรจะอ่อน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ตลาดนี้มีโมเมนตัมที่ค่อนข้างดีทีเดียว

XO เติบโตได้ดีกว่าตลาดรวม มีจุดเด่นคือมีผลิตภัณฑ์หลากหลายครบถ้วนกว่าคู่แข่งสัญชาติไทย และอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบที่ดีมากกว่าคู่แข่งต่างชาติ ใช้ตราสินค้าของตนเองเป็นหลัก และเป็นบริษัทส่งออกที่มี local content สูง (ถ้าบาทอ่อนจะได้ประโยชน์เต็มที่)

บริษัทใช้อัตรากำลังผลิตค่อนข้างจะเต็มคือ 98% และ 72% สำหรับนำ้จิ้มและเครื่องแกงตามลำดับ (2557) ปัจจุบันโรงงานเดิมไม่สามารถขยายกำลังการผลิตได้แล้ว ทำให้ต้องปฏิเสธคำสั่งซื้อบางส่วน จึงสร้างโรงงานแห่งใหม่ มีกำลังการผลิต 3 สาย (เทียบกับของเก่า 7 สาย) ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ได้ในปี 2559

ในแง่งบการเงิน มีหนี้ต่ำ มีมาร์จิ้นค่อนข้างดี (10%) มี ROE สูง (30%) แต่มีจุดอ่อนที่สำคัญมากคือ ราคาวัตถุดิบหลักค่อนข้างผันผวน ได้แก่ พริก และน้ำตาล (อันหลังนี่เสี่ยงนโยบายรัฐด้วย) ซึ่งที่ผ่านมาความผันผวนนี้มีนัยสำคัญมากขนาดที่ทำให้บางปี แทบไม่มีกำไรได้เลย ทั้งที่รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ดังนั้นหากซวย ลงทุนแล้ว ปีถัดมา ต้นทุนผัวผวนพอดี ก็จะเสียหายหนักได้ หรือบางทีเราก็อาจใช้กลยุทธ์ รอให้เจอปีที่บริษัทมีปัญหาต้นทุนผันผวนค่อยเข้าไปลงทุน ถ้าไม่เกิดก็ไม่ลงทุน

ความเสี่ยงระยะสั้นอีกอย่างคือในไตรมาสสองของปี 2558 การอ่อนค่าของเงินยูโรเริ่มจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทแล้ว ทั้งในแง่ของค่าเงิน และปริมาณซื้อด้วยบางส่วน แสดงว่าเศรษฐกิจยุโรปที่ไม่ดีเริ่มส่งผลกระทบกับตลาดนี้แล้วเหมือนกัน

ความเสี่ยงสำคัญอีกอย่างคือ ราคาหุ้น ซึ่งผมไม่ขอคอมเมนท์ราคาหุ้นที่เหมาะสม เพราะจะสุ่มเสี่ยงต่อกฎของ กลต.นะครับ ท่านผู้อ่านควรใช้ความรู้เรื่อง Valuation ที่ได้ร่ำเรียนมา ในการหาราคาที่เหมาะสมสำหรับหุ้นตัวนี้กันเอาเองครับ  ​  

5 thoughts on “415: บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด (XO)”

  1. เรื่องค่าเงิน ผมจำได้ว่ามีช่วงนึงที่ค่าเงินบาทแข็ง ผบห. เลยสัญญาว่าจะขายเป็นสกุลเงินบาทแทนสกุลเงินยูโร แต่อาจจะทำได้ไม่หมด
    ตอนนี้ค่าเงินกลับมาอ่อนแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงต่อ

  2. บริษัทแบบนี้ถือว่านำสินค้าประเภทคอมมูนิตี้แปรรูปมาสร้างเป็นแบรนด์ไดัใช่มั้ยครับ ซึ่งถือว่ามีความสามารถในการแข่งขันที่ดีระดับหนึ่ง ทั้งนี้ต้องอยู่ที่แบรนด์ด้วยว่าแข็งแกร่งแค่ไหนด้วยถูกต้องหรือป่าว

  3. แบรนด์ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ แต่สินค้าส่งออก มีปัจจัยหลายอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน เช่น ช่องทางจัดจำหน่าย ราคา ฯลฯ

    แบรนด์จึงไม่ได้เป็นจุดตัดสินทุกอย่างครับ

Leave a Reply