อุตสาหกรรมที่น่าสนใจในระยะกลาง

ตามที่ได้เคยอธิบายไปว่า ผมมีมุมมองที่ไม่ค่อยสดใสเกี่ยวกับภาคส่งออกของไทยในช่วง 3-5 ปี ข้างหน้า และคิดว่ารัฐฯ จะไม่มีทางเลือก นอกจากต้องส่งเสริมการบริโภคในประเทศ เพื่อให้ช่วยขับดันเศรษฐกิจแทนการส่งออก ซึ่งทุกประเทศเกิดใหม่ก็น่าจะทำแบบเดียวกัน เพื่อทดแทนกำลังซื้อของประเทศพัฒนาแล้วที่ถดถอยลง

ธุรกิจแรกที่น่าจะสนใจภายใต้ภาวะเช่นนี้ ผมนึกถึง ธุรกิจการเงิน เพราะถ้ารัฐอยากให้คนใช้จ่าย ย่อมต้องผ่อนปรนตลาดเงินด้วย ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสินเชื่อมีโอกาสใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจได้มากกว่าเดิม ทั้งธนาคารพาณิชย์เอง ที่ปล่อยสินเชื่อบ้าน รถ บัตรเครดิต เพอเซอนัลโลน โฮมอิควิตี้โลน หรือพวก นอนแบงก์ทั้งหลาย หรือแม้แต่พวกที่ปล่อยสินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้า

ธุรกิจการเงินโดยตัวมันเองก็น่าสนใจอยู่แล้ว มันเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับเมกกะเทรนด์ เป็นธุรกิจบริการ เพิ่มผลิตภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้มาก  ดังนั้น แม้แต่ธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่ Loan-based แต่เป็น Equity-based เช่น ประกันชีวิต กองทุนรวม ก็ยังพอไปได้ด้วย อย่างไรก็ดี ธุรกิจเหล่านี้ควรอยู่ในตลาดที่ไม่มีจำนวนคู่แข่งเยอะมากเกินไป จนทำกำไรยาก

ธุรกิจที่สองที่น่าสนใจคือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำให้บ้านเมืองให้ดูทันสมัย เพราะธุรกิจเหล่านี้จะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่นำร่องโดยรัฐบาล เพื่อกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจผู้พัฒนาโครงการบ้านและคอนโด ธุรกิจสร้างห้างสรรพสินค้า ธุรกิจที่เกี่ยวกับของแต่งบ้าน งานระบบอาคาร ทำเลใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากโครงการรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ ทางหลวงเชื่อมต่อ AEC ล้วนแล้วต่อก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ แก่ธุรกิจเหล่านี้ทั้งสิ้น ประเทศไทยยังมีช่องว่างเหลือในการปรับปรุงอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้เจริญทัดเทียมต่างประเทศได้อีกเยอะมาก  ยิ่งเป็นธุรกิจที่รู้จักใช้ประโยชน์จากการเกิดขึ้นของกองทุนอสังหา และกอง REIT ด้วยก็ยิ่งดี เพราะเงินทุนจะไม่จม ขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง และยังแสดงถึงความสามารถในการปรับตัวของผู้บริหารเพื่อรับสิ่งใหม่ๆ ด้วย

ธุรกิจที่สามที่ผมสนใจคือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงข่ายสื่อสาร ICT ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายมือถือ หรืออินเตอร์เน็ต ผู้ให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียม ให้เช่า MUX เจ้าของระบบเคเบิลทีวีที่มีฐานลูกค้าในมือ เป็นต้น นับวันมนุษย์ยุคไอทีจะใช้จ่ายไปกับรายจ่ายส่วนนี้ในสัดส่วนที่มากขึ้น เพราะไอทีช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้เราได้หลายอย่าง ทั้งเวลา ค่าน้ำมัน Search Cost และอื่นๆ ทำให้ ผู้บริโภคได้ประโยชน์ที่จะจ่ายเงินเพื่อไอทีมากขึ้นเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายอื่น

ผมสนใจผู้ให้บริการเครือข่าย ทั้งมือถือ บรอดแบรนด์ หรือแม้แต่เคเบิลทีวี มากกว่าผู้ผลิตสื่อหรือผู้ค้าขายของบนเครือข่ายเหล่านี้ เนื่องจากอย่างหลังนั้น Predict ความสำเร็จได้ยาก และความสำเร็จก็มักอยู่ไม่นาน และโครงสร้างอุตสาหกรรมก็เหมือนจะมีจำนวนผู้เล่นเยอะเกินไป สินค้าทดแทนที่ฟรีก็มากมายมหาศาล ในขณะที่ผู้วางระบบที่สามารถผูกขาดเป็นจุดๆ ได้ อีกทั้งมีช่องว่างให้นำบริการใหม่ๆ เข้ามาขายลูกค้า หรือกินหัวคิว ได้อีกสารพัด เพราะมีฐานลูกค้าอยู่ในกำมือ

นอกจากสามกลุ่มหลักนี้แล้ว ธุรกิจค้าปลีก ก็น่าจะยังเป็นธุรกิจที่ดีต่อไปอีก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศโดยตรง พื้นฐานก็แข็งแรง ในขณะที่ ธุรกิจที่ผมคิดว่าอาจจะไม่สดใสเหมือนก่อน น่าจะได้แก่ พลังงาน ปิโตรเคมี นิคมอุตสาหกรรม ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เกษตร (โดยเฉพาะพวกที่เป็นวัตถุดิบในทำพลังงานทดแทนได้)​ ผมมีมุมมองเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมที่ไม่ค่อยดีนักในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จีดีพีของเรามีโอกาสเติบโตในอัตราที่ต่ำ (เช่น 3% ต่อปี) ดังนั้น ถ้าจะจัดพอร์ตตอนนี้เพื่อลงทุน 3-5 ปี ผมคงต้อง focus ใน sector ที่น่าสนใจมากเป็นพิเศษ ไม่กระจายการลงทุนหลาย sector มากจนเกินไป เพราะไม่อยากให้ performance ที่ดูใกล้เคียงตลาด เพราะภาพรวมไม่น่าจะดีเท่าไรนัก

อย่างไรก็ตามทั้งหมดเป็นแค่การคาดการณ์อนาคตเท่านั้น ผลลัพธ์จึงคงจะไม่ตรงทั้งหมด ต้องมีถูกบ้าง ผิดบ้าง เฉี่ยวไปบ้าง เพราะอนาคตเป็นเรื่องที่คาดเดาให้แม่นยำได้ยาก ฉะนั้นก็อย่าจริงจังกับมุมมองเหล่านี้ของผมมากจนเกินไปนัก

 

28 thoughts on “อุตสาหกรรมที่น่าสนใจในระยะกลาง”

  1. ตอนแรกนึกสงสัยว่าท่าน admin พิมพ์ Home Equity Loan หมายถึงอะไร เลยลองเอาไปหาใน google จึงทราบความหมายครับ

  2. เรียนถามพี่โจ๊กครับ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ธุรกิจในกลุ่มเสาเข็มจะมีอำนาจในการต่อรองกับdemandเหล่านี้ มากไหมครับเพราะผมรู้สึกว่าตลาดให้ค่าpeกับกลุ่มเสาเข็มไม่มาก

  3. ติดตามานาน แนวคิดยังเฉียบคมเหมือนเดิมครับท่านแม่ทัพ
    บทความพี่ นำไปใช้ต่อยอดได้สบายเลย
    เห็นภาพ เทรนด์ แมคโคร ได้ชัดดี

    ขอบคุณครับ

  4. พี่โจ๊กคิดว่าธุรกิจสินเชื่อรถจักรยานยนต์ นับจากนี้ไป 2-3ปี เป็นยังไงบ้างครับ น่าลงทุนมั๊ยครับ

    1. ตลาดนี้ทุกสี่ห้าปีจะทรุดปีหนึ่ง แล้วก็ไปต่อครับ แต่ระยะยาวก็ยังพอจะโตไปเรื่อยๆ ได้ครับ

  5. เหนกลุ่มค้าปลีกเครื่องสำอางเช่น Beauty ยังขยายตัวได้ดีมากในปีนี้แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อจะแย่ พี่โจ๊กสนใจกลุ่มนี้และมองว่าเปน trend ในระยะยาวบ้างมั้ยครับ ผมไม่แน่ใจว่าตลาดนี้กำลังขยายตัวจริงๆหรือเปนการโตจากการไปแย่ง market share มาจากเจ้าอื่น อีกอย่างที่กังวลคือมันเปนธุรกิจที่คู่แข่งใหม่ๆเข้ามาได้ง่าย(รึป่าว??) พี่โจ้กมองยังไงบ้างครับ

    1. ไม่ค่อยได้ตามข่าวกลุ่มนี้เท่าไร กลัวว่าข้อมูลของผมจะไม่ลึกพอที่จะคอมเมนท์นะครับ

      เท่าที่เข้าใจคือ beauty หรือ karmart เป็นเครื่องสำอางแบบซื้อใช้สนุกๆ ราคาไม่แพง ใช้แล้วเบื่อ ก็เปลี่ยนตัวใหม่ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ อะไรประมาณนี้ ข้อดีคือ คนที่รายได้ไม่เยอะก็ซื้อใช้ได้ แต่บริษัทก็ต้องมีสินค้าตัวใหม่ๆ ออกมาให้เล่นอยู่ตลอดเวลา เพื่อเรียกความสนใจ ถ้าหากบริษัทยังขยัน มีอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ก็น่าจะยังไปเรื่อยๆ ได้

  6. พี่โจ๊กครับ แล้วถ้าเรามองว่ารัฐจะลงทุนโครงสร้างต่างๆทั่วประเทศ ปั๊มน้ำมันที่จับกลุ่มรถบรรทุกจะได้ประโยชน์จาก เทรดน์นี้ไหมครับ เพราะก็ต้องใช้รถบรรทุกเข้าไปตาม project ก่อสร้างต่างๆ อีกทั้งถ้าจะมีการใช้พลังงานมากกว่าช่วงปกติด้วยเนื่องจากเป็นเฟสเร่งก่อสร้างลงทุน ขอบคุณครับผม

    1. ก็อาจจะมองแบบนั้นได้ครับ เพราะมีโอกาสให้ปั้มขยายการลงทุนได้มากขึ้น แต่ก็ควรเป็นปั้มที่ได้เปรียบเจ้าอื่นๆ ด้วย

      ผมมองว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้ใช้พลังงานเยอะ ที่ใช้เยอะน่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม อย่างจังหวัดระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ นี่มีการบริโภคไฟฟ้าสูงมาก

      เวลามีเมกกะโปรเจ็ก ก็

  7. คุณโจ๊กค่ะ วันนี้ไม่มีบทความเหรอค่ะ รออ่านอยู่นะค่ะ

  8. พอดีเมื่อวานนี้ เซิร์ฟเวอร์ล่มไปพักใหญ่ ตอนนี้กลับมาได้แล้ว

    แต่อย่างที่เคยเกริ่นไปบ้างแล้ว ผมมีแผนจะเขียนบทความน้อยลงนะครับ ต่อไปอาจจะไม่ได้เขียนทุกสัปดาห์ แค่มีเรื่องที่อยากจะเขียนก็จะค่อยเอาเขียน (แต่ก็เกริ่นมาตั้งนานแล้ว ยังไม่เริ่มหายๆ ไปสักที :p)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*