ภาวะตลาด – กันยายน 2557

ภาวะตลาดหุ้นไทยในเวลานี้ ถ้าหากจะเรียกว่าเป็นภาวะกระทิง ก็น่าจะได้ หุ้นดีราคาถูกเป็นสิ่งที่หาได้ค่อนข้างยากในเวลานี้ แล้วอะไรทำให้เป็นเช่นนั้น?

ปัจจัยหนึ่งที่ น่าจะมีส่วนอย่างมากก็คือนโยบายการเงินที่ค่อนข้างหลวมผิดปกติของบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้วในยุคนี้ ทำให้ราคาสินทรัพย์ต่างๆ พองโต ซึ่งรวมถึงหุ้นด้วย ตลาดหุ้นในยุคนี้ก็ดูจะมองตัวเลขทางเศรษฐกิจเป็นทางบวกไปหมด เช่น ถ้าตัวเลขออกมาดี ก็มองดี แต่ถ้าตัวเลขออกมาไม่ดี ก็ยังมองดีอีก เพราะมองว่า ธนาคารกลางอาจจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ออกมา หรือคงมาตรการเดิมต่อไปอีกระยะ ทำให้ตลาดหุ้นดีอีกเหมือนกัน และแม้ว่าสหรัฐฯ จะมีแนวโน้มลดมาตรการลงไปเรื่อยๆ แต่นักลงทุนก็ยังมองว่ายุโรปน่าจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพราะเศรษฐกิจยุโรปยังไม่ดีขึ้น ญึ่ปุ่นและจีนก็เช่นเดียวกัน สรุปแล้ว กระแสเงินจึงไม่ได้กลับสหรัฐฯ มากอย่างที่น่าจะเป็น  

ปัจจัยในประเทศก็เอื้อต่อภาวะกระทิงเช่นกัน แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังไม่ดีขึ้นชัดเจนนัก แต่เงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ก็ยังคงอยู่ในภาวะล้น คนมีเงินก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร เอาไปขยายธุรกิจก็เสี่ยงเพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี โอกาสทางธุรกิจก็มีน้อย ดอกเบี้ยเงินฝากของต่ำเตี้ย เอาเงินออกไปต่างประเทศก็ทำได้จำกัดมาก ทองคำก็ยังดูเป็นขาลง ตลาดอสังหาก็ยังล้นตลาดอยู่ หุ้นจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดูดี เมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่นๆที่แย่กว่า แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดีก็ตาม ดูอาการของ SET Index แล้วก็รู้สึกเหมือนกับว่า มีเงินอีกจำนวนมากของคนไทยที่ยังต้องการจะใส่เข้ามาในนี้ ถ้า SET ตกหนักๆ ก็พร้อมที่จะเด้งกลับมาได้ตลอด เพราะยังมีเม็ดเงินอีกจำนวนมากที่อยากจะเข้ามาในนี้ แต่ยังไม่ได้เข้า เป็นต้น

และก็ดูเหมือนว่า ปัจจัยทั้งสองประการนี้จะไม่ได้เป็นแค่ปัจจัยระยะสั้น แต่เหมือนเราจะต้องอยู่กับสภาวะแบบนี้ไปอีกนานหลายปี คล้ายๆ กับว่า มันเป็นแนวโน้มของตลาดการเงินยุคโซเซียลเน็ตเวิร์กเสียด้วยซ้ำ คือ ตลาดหุ้นจะแพงอยู่เกือบตลอดเวลา นานๆ ทีก็จะตกหนักๆ สักที แต่ก็ไม่นาน มักจะกลับมาแพงเป็นปกติอีกเหมือนเดิม เป็นเช่นนี้เรื่อยไป

ในภาวะแบบนี้ ใครที่ยึดติดกับการซื้อหุ้นถูกอย่างเหนียวแน่น (Classic VI) ก็จำเป็นต้องถือเงินสดรอ ซึ่งก็มักจะพบว่าต้องรอนานถึงนานมาก และพอหุ้นลงจริงๆ ก็อาจจะลงมาไม่ได้มากนัก คือลงจากแพงมากเป็นแพงธรรมดา แล้วก็เด้งกลับเลย ไม่มีโอกาสได้ซื้ออยู่ดี เป็นต้น กลายเป็นต้องแบกต้นทุนค่าเสียโอกาสในการลงทุนไปมหาศาลจากการถือเงินสดไว้เฉยๆ บางทีก็ปรับทัศนคติลงบ้าง เช่น แทนที่จะรอซื้อหุ้นที่ถูกมากๆ เท่านั้น ก็อาจจะหันมายอมรับการซื้อหุ้นที่ราคาเหมาะสมก็ได้ เป็นต้น ก็อาจช่วยกลยุทธ์ในการลงทุนของเราเหมาะสมกับตลาดหุ้นยุคนี้มากขึ้น หรือถ้าผ่อนปรนขึ้นแล้ว หุ้นก็ยังแพงไปอยู่ ก็อาจใช้วิธีเปลี่ยนวิธีลงทุนจากการซื้อเป็นพอร์ต กลายมาเป็นการซื้อแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) แทน เกลี่ยเงินที่ซื้อออกไปในช่วงเวลาที่ยาวมากๆ เพื่อให้สามารถซื้อหุ้นตอนแพงได้ เพราะถือว่าซื้อถัวเฉลี่ยหลายๆ ต้นทุนไป

บางทีก็รู้จักยืดหยุ่นในวิธีการที่ลงทุนเสียบ้าง เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีเหมือนกัน เพราะเราต้องเข้าใจว่า เราอยู่ในยุคที่นโยบายการเงินโลกผ่อนคลายแบบผิดปกติ การยึดมั่นในหลักการดั่งเดิมอย่างเหนียวแน่นโดยไม่สนใจปัจจัยในเชิงโครงสร้างของตลาดเงินที่เปลี่ยนแปลงไปเลย ก็อาจเป็นวิธีการลงทุนที่ตึงเกินไปครับ   

14 thoughts on “ภาวะตลาด – กันยายน 2557”

  1. อยากจะเริ่มต้น DCAค่ะ แต่ตลาดใกล้จะ 1600 ควรเริ่ม หรือ รอ ค่ะ

    1. ถ้า DCA ไปเรื่อยๆ 15 ปี หรือทำต่อเนื่องเพื่อวัยเกษียณ เริ่มเมื่อไรก็ได้ครับ สุดท้ายแล้วไม่ต่างกันครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*