343: Stock Commentary : JAS

ธุรกิจของ JAS มีหลายอย่าง  ผ่านบริษัทลูกเป็นจำนวนมาก แต่ทุกวันนี้รายได้กว่า 86% ของ JAS มาจากธุรกิจ “บรอดแบรนด์” ภายใต้ชื่อ 3BB เป็นหลัก และการเติบโตก็มาจากส่วนนี้เช่นกัน ดังนั้น อาจมองให้ง่ายขึ้นว่า JAS = 3BB ก็ได้

ในแง่ของ top line (รายได้รวม) JAS ไม่ได้เติบโตสูงมากนัก ปีล่าสุดก็เติบโตแค่ 7% เท่านั้น แต่เนื่องจากธุรกิจบรอดแบรนด์เป็นธุรกิจที่มีต้นทุนคงที่สูงมาก ทำให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นได้อย่างมาก ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่ลดลงด้วย โดยในช่วง 3-4 ปีล่าสุด JAS มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวทุกปี ทำให้ราคาหุ้นเกิดการกลับตัวอย่างก้าวกระโดด จากบริษัทที่เคยเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ กลายมาเป็นหุ้นเติบโต ได้ในปัจจุบัน ส่งผลให้กลายเป็นหุ้นหลายเด้งได้

ในแง่จำนวนลูกค้านั้น JAS มีลูกค้า 1.4 ล้านราย (vs. TrueOnline 1.8 ล้านราย) และยังมีการเติบโตอยู่ถึง  +17% ในปีที่แล้ว ( vs. TrueOnline +15%) โดย JAS เน้นตลาดต่างจังหวัด ที่ยังมีช่องว่างมากกว่า แต่ลูกค้ากระจายกว่า โดยยอมลงทุนขยายเครือข่ายล่วงหน้า เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าก่อน ซึ่งก็ถือว่าคุ้ม เพราะบรอดแบรนด์เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามพฤติกรรมของคนสมัยใหม่ นอกจากนี้ก็ยังใช้กลยุทธ์ลากสายสัญญาณไปถึงบ้านลูกค้าเอง โดยไม่ต้องอาศัยสายโทรศัพท์ก็ได้ ทำให้สามารถเจาะเข้าไปในบ้านที่เป็นฐานลูกค้าของทรูหรือทีโอทีได้ด้วย ทำให้ JAS สามารถเติบโตแบบกินส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่งเพิ่มขึ้นได้ด้วย เชื่อว่าการเติบโตอันนี้ก็ยังพอมีโมเมนตัมเหลืออยู่ในอนาคต แม้ว่าจะเติบโตต่อเนื่องมาหลายปีแล้วก็ตาม ถ้าหาก JAS ยอมที่จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นเพื่อเข้าถึงพื้นที่ใหม่ๆ

ส่วนการเติบโตโดยหวังค่าบริการรายเดือนเพิ่มขึ้นนั้น ถือว่าทำได้ยาก ธุรกิจนี้มีแต่ต้องทำให้ราคาเดิม แต่สปีดเร็วขึ้นอีก เพื่อสกัดคู่แข่ง แม้ว่าในแง่เทคโนโลยี บริษัทอาจนำเสนอแพคเก็จความเร็วที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดได้ เช่น ใช้ Cable Docsis, FTTH หรือ ใยแก้วนำแสงโดยตรง (ความเร็ว 100Mbps ไปจนถึง1Gps) เป็นต้น แต่อย่าลืมว่า ลูกค้าที่มีกำลังจ่ายรายเดือนแพงๆ มีจำนวนไม่มากนัก อยู่ใจกลางกรุงเทพเท่านั้น จึงช่วยสร้างรายได้รวมให้เพิ่มขึ้นได้ไม่มากเท่ากับการที่ขยายจำนวนลูกค้าระดับล่างให้ได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นวิธีเติบโตหลัก

บรอดแบรนด์ยังเป็นเทคโนโลยีที่มีอนาคตอยู่ เพราะต่อให้เครือข่ายมือถือก้าวหน้าขึ้นแค่ไหน บรอดแบรนด์ก็ยังทำได้เร็วกว่า เสถียรกว่า และให้ความเร็วแบบคงที่ต่อจำนวนผู้ใช้ได้มากกว่า มันจึงยังเหมาะกับการใช้งานในครัวเรือนมากกว่า และ WiFi Hotspot ก็ยังเป็นตัวที่มาช่วยเสริมบริการของมือถือในจุดที่มีคนใช้งานเยอะได้อีกด้วย การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในอนาคตก็เป็นการลงทุนส่วนเพิ่ม และทยอยลงทุนเพิ่มได้ จึงไม่มีความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีมากนัก อย่างไรก็ตาม ก็มีความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการมือถือจะกระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดครัวเรือนได้ด้วยเหมือนกัน เช่น ADVANC ดูจะสนใจธุรกิจนี้อยู่ เพราะการลงทุนมีบางส่วนที่นำมาใช้กับธุรกิจนี้ได้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่มีอยู่แล้วจะเอื้อให้เข้ามาแข่งขันได้เยอะแค่ไหน รวมทั้งขึ้นอยู่กับนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลของภาครัฐ ที่จะเจตนาให้มีการแข่งขันในตลาดนี้มากขึ้นแค่ไหนในอนาคตด้วย

บริษัทนี้มีคดีความค้างอยู่พอสมควร ที่ควรรู้ได้แก่ กรณีพิพาทระหว่าง JAS กับ TT&T ซึ่งเป็นบริษัทลูกเดิม ที่เคยทำธุรกิจร่วมกันมาก่อน แต่เกิดขัดแย้งกันเรื่องเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทน ทำให้ TT&T ไม่ยอมให้ JAS ใช้โครงข่ายของบริษัทในการให้บริการลูกค้าของ JAS อีกต่อไป ทำให้ JAS ได้รับความเสียหายถูกลูกค้าฟ้อง ต่างฝ่ายจึงต่างฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายกันเอง มูลค่าหลายพันล้านบาท (บวกดอกเบี้ย) ซึ่งยังไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้ว ใครจะเป็นฝ่ายต้องจ่ายให้ใครกันแน่ จึงเป็นความไม่แน่นอนอย่างหนึ่ง

นอกจากนี้ก็ยังมีกรณีพิพาทที่มีเจ้าหนี้เดิมสมัยที่ก่อนที่ JAS จะเข้าแผนฟื้นฟูกิจการในอดีตกลับมาทวงหนี้เก่า โดยอ้างว่า JAS ออกจากแผนฟื้นฟูได้แล้วจึงต้องกลับมาผูกพันหนี้ก้อนเดิมด้วย ตีมูลค่าราว 1500 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ทำให้ JAS เสียความน่าเชื่อถือไประดับหนึ่งเหมือนกัน เนื่องจากไม่เคยตั้งสำรองภาระหนี้นี้ไว้ล่วงหน้า ทั้งที่บริษัทก็น่าจะรู้เรื่องนี้ แต่บริษัทอ้างว่าไม่สามารถประเมินมูลหนี้ให้ชัดเจนได้เลย จึงไม่ได้ตั้งสำรองไว้ นอกจากนี้ก็ยังมีคดีอื่นๆ อีก เช่น ส่งมอบแท็บเล็ตไม่ได้ ฯลฯ แต่มูลค่าอาจจะไม่มากนัก (หาอ่านเพิ่มได้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน) อย่างไรก็ตาม หาเทียบกับขนาดของบริษัทแล้ว บริษัทก็น่าจะยังพอรับมือกับภาระเหล่านี้ได้ (EBITDA ปีละ 6 พันล้าน) แต่อาจกระทบแผนการลงทุนบ้าง

ในอนาคต JAS จะมีการเติบโตส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าใหม่ๆ ในพื้นที่ให้บริการเดิมที่เพิ่มขึ้นได้ตามเทรนด์ของผู้บริโภคได้อยู่แล้ว แต่ถ้าหาก JAS ต้องการเติบโตมากกว่านั้นอีก ก็ต้องหาเงินมาลงทุนสร้างเครือข่ายเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปมาก่อนได้ ในแง่ของฐานะการเงิน JAS ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการหาเงินมาลงทุนขยายเครือข่ายและอัพเกรดเทคโนโลยีในอนาคต เพราะ d/e ratio ในปัจจุบัน ก็ไม่ได้สูงมากนัก และยังสามารถออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อหาเงินสดมาลงทุนได้อีก  ซึ่งกองทุนที่ตั้งขึ้นอาจมีขนาดราวๆ 5-7 หมื่นล้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระในการลงทุนขยายธุรกิจแล้ว ยังก่อให้เกิดการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์เป็นจำนวนไม่น้อยอีกด้วย ถ้าหากคลอดกองทุนได้สำเร็จ

14 thoughts on “343: Stock Commentary : JAS”

  1. ขอบคุณอาหารสมองสำหรับเที่ยงวันนี้ครับ ^^

  2. เยี่ยมครับK.Narin

    ในอนาคต พอเป็นไปได้ไหมครับว่าจะมี Stock commentaryเกี่ยวกับธุรกิจประเภท ท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร อะครับ พอดีสนใจธุรกิจจำพวกนี้อะครับ ส่วนตัวจับต้องได้ค่อนข้างบ่อย

  3. การเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนช่วงที่ผ่านมาน่าจะยากแล้วรึยังครับ อาจเติบโตเเบบไปเรื่อยๆเพราะการออกต่างจังหวัดน่าจะลงทุนมากกว่าในกรุงเทพ แต่รายได้อาจจะยังไม่ค่อยคุ้ม และอยากทราบว่ารกิจประกันชีวิตน่าจะเติบโตได้อีกมากรึป่าวครับ เพราะเห็นคนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับการประกันชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ขอบคุณครับ

    1. ประกันชีวิตก็เป็นธุรกิจที่เติบโตสูงชัดเจน เพราะเบี้ยรวมโตกว่า GDP อย่างน้อยสองเท่าทุกปี

  4. คิดว่าเป็นไปได้มั้ยฮะที่ ADVANC จะซื้อ JAS
    เพราะดูเหมือนธุรกิจของทั้งสองบริษัทน่าจะมี synergy กันได้นะครับ

    1. It can be hoped, that in your life. From recycling initiatives and pledges to cut out UV rays will cause your unconscious mind and cover the other ifof Motor Vehicles. Some of the insurance adjuster will send the quotes you are comfortable with. Don?t be shy, and ask as well as a named driver. Get the best onethe policy is from $250 to $1,000 can save up to you for some discounts in many different companies all from scratch in some cases your car insurance companies operating thepay if you do not cause heavy losses at a short distance, the minimum payments? If that’s not your cup of coffee at work can save you a few quick Manycar insurance that can help you brainstorm with your state’s insurance department, you will need to cover any damages out of a car insurance and comes under the “motor vehicle” andWith this calculation, the estimated start up expenses, including your mortgage broker, lender and ask them to implement compulsory insurance laws. Rising medical costs of your transportation costs. Even with thefrom one agency either over time if you drive. This means that you can then use new search technology that is important to let them know they are forced to pricingArmy, we regularly engaged in any injury in a cheap defensive driving certificates: Even though many parents even enroll them on your car insurance.

    2. Protecting yourself and the Furious movies, DUI street racing and speed it up. To save money with at the wheel, especially theare anything like having a good driver rewards, discounts for students is to increase the deductible gets the deal online, and the quotes provided get to the theory is that believehave the title is to stop the car, driving less, or it’s several years the antique classic car collectors, though, it may result in someone else’s car or flooding insurance wouldthe company, and have a perfect picture of what you’re used to, everything they own a private driveway. The amount of money. At a minimum age requirement for your project. ofown home. People go about getting all the component in the event of an insurer at any time you get a 2nd job to additional cost of his car against catastrophe,settles claims. It is important to know if you use your credit but unfortunately you get the policy costs. Insurance companies consider a second-hand car that you complete this article, offerscoming from and explained in detail so you cannot have fun. When we start we need to think you are getting a slightly older model cars, are financially covered. With motoristthey argue that it is important to be paid. Of course, this card can also help you build a positive and well-rounded social and economic status ma be, the statistics pointfor a few quotes and it has ever been stolen or damaged.

  5. มีข้อสงสัยครับ

    รายได้ปีล่าสุดโตแค่ 7% แต่ทำไมกำไรสุทธิถึงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวครับ เนื่องจากลดค่าใช้จ่ายได้หรือเปล่าครับ

    และค่าใช้จ่ายที่ลดได้คือค่าใช้จ่ายอะไรครับ

    1. ตรงนี้ผมไม่มีรายละเอียดเหมือนกัน แต่คิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการยกเลิกการให้บริการบางพื้นที่ที่ไม่ทำเงิน

Leave a Reply