342: Stock Commentary : INTUCH

INTUCH มีลักษณะเป็นหุ้น Holding Company แต่ ณ เวลานี้ แทบจะเรียกได้ว่า ผลประกอบการทั้งหมดของบริษัทมาจากบริษัทลูกตัวเดียวคือ ADVANC ซึ่ง INTUCH ถือหุ้นอยู่ 40% ส่วน THCOM ซึ่งเป็นบริษัทลูกอีกตัวของ INTUCH นั้น ทำกำไรให้คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 4% ของกำไร INTUCH ทั้งหมด บริษัทลูกอื่นๆ ก็ยิ่งน้อยไปใหญ่ อาจเรียกได้ว่า ADVANC คือ INTUCH ในเวลานี้ก็ได้

นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้งานหลักของ INTUCH ในเวลานี้คือการหาธุรกิจใหม่ๆ ให้กับตัวเองนอกเหนือจาก ADVANC ให้ได้ เพื่อให้เป็น holding company จริงๆ แต่ก็เป็นงานที่ไม่ง่ายเลย เนื่องจาก ADVANC เป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มาก จึงยากที่จะหาธุรกิจอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกันมาเพิ่มสัดส่วนกำไรให้มาจากส่วนอื่นที่ไม่ใช่ ADVANC ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ความพยายามที่ดูเป็นชิ้นเป็นอันมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาก็คือ การเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล แต่สุดท้ายแล้ว INTUCH ก็เลือกที่จะไม่ทำ เพราะมองว่าราคาประมูลสูงเกินไป

ความพยายามอีกอย่างหนึ่งของ INTUCH ที่เห็นได้คือ การจัดตั้งกองทุน Venture Capital เพื่อลงทุนในธุรกิจด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การเข้าถือหุ้น Ookbee เป็นต้น แต่ธุรกิจส่วนนี้คงยากที่จะสร้างผลกำไรได้อย่างรวดเร็ว เพราะ Startup ไม่ใช่ธุรกิจที่ใหญ่ จึงแทบจะไม่ช่วยลดสัดส่วนกำไรของ ADVANC ได้เลย เป็นไปได้ว่า เราจะเห็น INTUCH เป็นตัวแทนของ ADVANC แบบนี้ไปอีกพักใหญ่ๆ

การที่บริษัทยังหา Core Business ให้ตัวเองไม่ได้ ทำให้ความน่าสนใจของ INTUCH ในฐานะของ Growth Stock นั้นมีไม่มากนัก ถ้าหากจะพยายามอธิบายว่า ทำไมนักลงทุนถึงสนใจ INTUCH กันค่อนข้างมาก ก็อาจเป็นการมองว่า INTUCH เป็นหุ้นปันผลสูงเสียมากกว่า

และที่อาจทำให้ดูน่าสนใจมากกว่า ADVANC คือการที่ INTUCH ถือหุ้น ADVANC อยู่ 40% ซึ่งถ้าเทียบเป็น Market Capitalization ของ ADVANC แล้วมากกว่า Market Capitalization ของ INTUCH ทั้งบริษัทเสียอีก จึงถือได้ว่าเป็น bargain อย่างหนึ่งด้วย ที่จะลงทุนใน INTUCH แทนที่จะเป็น ADVANC อย่างไรก็ตาม gap ที่ว่านี้ก็ไม่ได้เหลือมากนักแล้วในเวลานี้ และปกติแล้วราคาหุ้น Holding Company ก็มักต่ำกว่าผลรวมของบริษัทลูกอยู่แล้ว เพราะเป็นการ discount ความโปร่งใสอย่างหนึ่ง

เหตุผลอื่นที่พอจะหาได้คือการที่ INTUCH มีนโยบายจ่ายปันผล 100% ของกำไร ทำให้นักลงทุนมองเป็นหุ้นปันผลงาม ฐานะการเงินดี บริษัทมั่นคง แต่ทั้งนี้ต้องยืนอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ADVANC จะไม่เปลี่ยนนโยบายเงินปันผลในอนาคตถ้าหากมีการประมูลคลื่น 4G แล้วทำให้ต้องลงทุนมากขึ้น

เหตุผลต่อไปถ้าจะพยายามหามาอธิบายคือ อาจเป็นได้ว่า การที่นักลงทุนบ้านเราชอบหุ้นที่มี conspiracy theory คือ อาจจะมองว่าผู้ถือหุ้นหลักของหุ้นตัวนี้มี agenda อะไรอยู่ด้วยรึเปล่า เป็นต้นว่า เจ้าของอาจจะต้องลดการถือ ADVANC ลงเลยมาแอบถือ INTUCH มากขึ้นอยู่หรือไม่ หรือว่าเจ้าของเป็นแค่นอมินีแล้ววันหนึ่งเจ้าของตัวจริงจะมาเอาคืนหรือไม่ ฯลฯ ทำให้เกิดความสนใจที่จะเก็งกำไรจากจุดนี้ แต่เหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ความเชื่อที่ยังดูเลื่อนลอยอยู่

ถ้าหากจะมอง INTUCH เป็น Growth Stocks ในเวลานี้ ก็ดูเป็นการ speculate มากเกินไป ยังมองไม่เห็นหนทางบริษัทที่จะหา core business ได้ง่ายๆ มีแต่เพียงเงินสดที่พร้อมจะซื้อกิจการเท่านั้น แต่ถ้ามองเป็นแค่หุ้นปันผลก็ดูเหมาะสมดี  

6 thoughts on “342: Stock Commentary : INTUCH”

  1. สอบถาม 2 คำถามครับ

    1.ที่ว่า ราคาหุ้น holding company มักต่ำกว่าผลรวมราคาบริษัทลูก เนื่องจากเป้นการ discount ความโปร่งใส นี่หมายถึงอะไรหรือครับ (ความโปร่งใสที่ว่าหมายถึงที่กล่าวในย่อหน้า conspiracy theory หรือไม่ครับ)

    2.ผมเองเข้าใจว่า core business ของ intuch น่าจะเป็น Advanc หาก Advanc ยังเติบโตได้ หุ้นตัวนี้ก็ยังพอพิจารณาเป็น Growth Stock ได้หรือไม่ครับ

  2. 1. ความโปร่งใสที่ว่าหมายถึง งบการเงินของ holding company อาจไม่มองเห็นงบการเงินของแต่ละธุรกิจแบบแยกส่วน ทำให้วิเคราะห์ยาก หรืออาจซ่อนผลการดำเนินงานในส่วนที่ไม่ดีเอาไว้ในส่วนที่ดีก็ได้ แต่ไม่ได้หมายถึงว่ามี conspiracy theory อะไร

    holding company มักมี market value ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น อันนี้เป็นทั่วโลก มีการวิจัยหลายๆอันที่พยายามจะอธิบายว่าเป็นเพราะอะไร

    2. ดูเหมือน intuch เองจะมีเจตจำนงจะเป็น holding company ที่มีธุรกิจส่วนอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะอยู่ใต้ intuch เอง หรือเป็นบริษัทลูกอื่นๆ ที่มีขนาดธุรกิจที่ได้สัดส่วนกัน ไม่ได้หยุดแค่การเป็นบริษัทที่ถือหุ้น ADVANC ไปเรื่อยๆ

Leave a Reply