283: Self-made Growth Stocks

หุ้นเติบโต คือ หุ้นของบริษัทที่ยังมีโอกาสในการขยายธุรกิจอยู่มาก กำไรเติบโตดี แต่มักจะต้องแลกด้วยการจ่ายเงินปันผลน้อย เพราะจำเป็นต้องเก็บเงินไว้ลงทุนเพิ่ม (เงินต่อเงิน) เพื่อให้มีกำไรและจ่ายเงินปันผลได้มากขึ้นอีกในอนาคต

ส่วนหุ้นปันผล คือ หุ้นของบริษัทที่ธุรกิจค่อนข้างมั่นคงแข็งแรงแล้ว และบริษัทก็ได้ใช้โอกาสในการขยายธุรกิจที่มองเห็นอยู่ไปแทบจะหมดแล้ว ทำให้มีความจำเป็นต้องเก็บเงินทุนไว้ในบริษัทเพื่อลงทุนขยายกิจการน้อย บริษัทจึงสามารถจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้มาก แต่ข้อเสียคือ กี่ปีกี่ปี กำไรก็ประมาณเดิมตลอด ไม่เพิ่มขึ้นเท่าไร แม้จะจ่ายปันผลงาม แต่ก็ปันผลเท่าเดิมทุกปี หรือไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

หุ้นเติบโตอาจจะมีความเสี่ยงสูงเพราะมูลค่าหุ้นผูกไว้กับอนาคตค่อนข้างมาก ในขณะที่หุ้นปันผลอาจจะปลอดภัยกว่า แต่ปัญหาก็คือ ธุรกิจไม่ค่อยเติบโต แม้จะปันผลเยอะมาก แต่ถ้ากำไรไม่โตบ้างเลย บางทีก็ไม่คุ้ม เพราะผลตอบแทนของหุ้นควรจะได้ประมาณ 10% ถึงจะคุ้มค่าต่อความเสี่ยง ถ้าได้เงินปันผลอย่างเดียว ไม่ได้ capital gain เลย คงยากเหมือนกันที่จะได้ผลตอบแทนปีละ 10%

ผมมีไอเดียอยู่อย่างหนึ่งว่า เราอาจเอาหุ้นปันผลมาทำให้เป็นหุ้นเติบโตเองก็ได้ (self-made growth stocks) วิธีการก็คือ ถ้าหุ้นปันผลจ่ายปันผลดีมาก เช่น 70% ของกำไรสุทธิ เพราะแทบไม่มีการลงทุนเพิ่มในธุรกิจแล้ว ถ้าเราอยากทำให้เหมือนกับเราลงทุนในธุรกิจนี้ แต่มีการเติบโตด้วย เราก็น่าจะเอาเงินปันผลที่ได้รับทุกปี กลัีบเข้าไปซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่มอีก ทุกบาท ทุกสตางค์ เหมือนเอากำไรของบริษัทกลับไปลงทุนทั้ง 100% วิธีนี้ก็เหมือนกับบริษัทไม่ได้ลงทุนเพิ่มแต่เราเป็นผู้ลงทุนเพิ่มเองด้วยนำเงินไปซื้อกิจการแบบเดิมเพิ่มขึ้นทุกปี ตราบใดที่ราคาหุ้นของบริษัทไม่ได้แพงเกิน (ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้น มิฉะนั้นคงไม่ใช่หุ้นปันผลสูง) และธุรกิจของบริษัทมี ROE เกิน 10% ก็เท่ากับว่า เราเป็นผู้ขยายกิจการเสียเอง

เท่ากับว่าเราจะได้ทั้งความมั่นคงปลอดภัยของหุ้นปันผล และในเวลาเดียวกันก็ได้การเติบโตของการลงทุนด้วยเงินที่เราซื้อกลับเข้าไปเอง คือได้จำนวนหุ้นมากขึ้น ปันผลในปีถัดไปก็มากขึ้นตาม

ถ้าคิดตามหลักการเงินแล้ว วิธีนี้น่าจะมีเหตุผลอยู่ ตราบใดที่ธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจที่มี ROE สูงเกินความเสี่ยง (เช่น มากกว่า 1o%) และราคาหุ้นนั้นไม่ได้แพงอยู่ เพราะถ้าเราซื้อหุ้นเหล่านั้นเพิ่มด้วยเงินปันผลของบริษัทนั้นเอง ก็เท่ากับเงินจำนวนนี้ถูกนำไปลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนเกิน 10% ซึ่งคุ้มกว่าการรับเงินปันผลนั้นมาแล้วฝากธนาคารไว้เฉยๆ

แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีตำราการเงินที่สอนให้ทำแบบนี้อย่างเป็นทางการ แต่เคยได้ยินการวิจัยว่าการลงทุนในหุ้นปันผลจะชนะตลาดในระยะยาวได้ถ้าหากมีการ reinvest เงินปันผลอยู่ตลอด ก็เป็นอะไรที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้อยู่เหมือนกัน

เลยเป็นแค่ไอเดียแบบไม่เป็นทางการให้ฝากไปลองคิดกันดูครับ

Previous Article
Next Article

20 Replies to “283: Self-made Growth Stocks”

  1. ninebanky

    พอจะยกตัวอย่างหุ้นปันผลที่มีอยู่ในตลาดได้ไหมครับ

    คือเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลเป็น % จากกำไรสูงๆเหรอครับ

    บางครั้งผมก็งงแยกไม่ค่อยออก

    • Narin Olankijanan

      หุ้นปันผลก็ควรจะมี div yield สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

      แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องมีประวัติการจ่ายปันผลที่ต่อเนื่อง คือเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในปีที่ยากลำบากก็ไม่ลดเงินปันผล

  2. watchcha

    อย่างหุ้นในกลุ่ม SETHD นี้ก็น่าจะเป็นหุ้นปันผลที่ให้ div yield. สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด และจ่ายปันผลต่อเนื่องสมำ่เสมอใช่ไหมครับ

  3. Narin Olankijanan

    เกณฑ์คัดเลือกของ SETHD คือ มี div payout ratio สูงกว่า 85% ด้วย หมายถึง ต้องจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 85% ของกำไร

    ส่วนประวัติจ่ายปันผลนั้น จะดู 3 ปีย้อนหลัง โดยส่วนตัวคิดว่ายังสั้นเกินไป และที่อยากดูคือปีในอดีตที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีด้วย ว่าบริษัทยังจ่ายปันผลในอัตราเดิมอยู่หรือเปล่า

    ลองดูรายละเอียดของเกณฑ์ได้ที่ http://www.set.or.th/th/products/index/files/2013-01-SETHD-IndexRule-TH.pdf

    นิยามอย่างเป็นทางการของหุ้นปันผลนั้นไม่มี ก็เลยต้องแล้วแต่ว่าใครจะใช้เกณฑ์อะไรดี ที่สำคัญคืออยากลืมดูความมั่นคงของกำไรด้วย ไม่ใช่ดูแค่จ่ายปันผลเยอะๆ อย่างเดียว เพราะถึงเวลาซื้อไปแล้ว ธุรกิจแย่ลง ลดปันผล กลายเป็นหุ้นปันผลน้อยเฉยเลยก็มี

  4. jo7393

    มีจุดสงสัยคือเรื่อง ROE ครับ
    สมมติ ROE 15% แปลว่า ถ้าเราลงทุนเท่ากับ E ของ บ. เราจะได้ ผลตอบแทน 10%
    แต่หาก เงินลงทุนเรา > E ของ บ. ผลตอบแทนที่เราได้จะลดลงตามสัดส่วนใช่ไหมครับ(เมื่อเทียบกับเงินลงทุนของเรา)

  5. jo7393

    แก้ครับ
    ถ้าเราลงทุนเท่ากับ E ของ บ.เราจะได้ผลตอบแทน 15%

  6. Narin Olankijanan

    ใช่ครับ

    ถ้าธุรกิจของบริษัทสร้างผลตอบแทนได้ 15% แต่เราไม่ได้ซื้อที่ P/BV 1 เท่า แต่ซื้อที่ 2 เท่า (สมมติ) เงินลงทุนของเราเองจะเท่ากับได้ผลตอบแทนเหลือแค่ 7.5% เท่านั้น (สมมติว่าเราไม่เทรดหุ้น ถืออย่างเดียว)

  7. Drseree

    ช่วยเม้นตัว spi ได้ไหมครับ ตัวนี้ ทำไมตลาดไม่ให้ราคาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.