ชิ้นส่วน – ปิโตร – เหล็ก – อิเล็ก – MAI – อื่นๆ

กลุ่มเหล่านี้เรียนตามตรงว่า ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไร อาจเป็นหุ้นที่ทำกำไรให้มากได้จากการเล่นข่าว หรือเข้าไปเล่นในช่วงที่บริษัทมีเหตุการณ์สำคัญๆ แต่ในแง่ของการถือลงทุน มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไร

ความผันผวนที่รุนแรงของราคาผลิตภัณฑ์ทำให้กลุ่มปิโตรและเหล็ก ทำให้พวกมันไม่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เว้นเสียแต่ว่า คุณจะซื้อตอนที่มันทำ new low ในรอบ 2 ปี ขึ้นไป (เล่นแนว turnaround) หรือ การเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEMer) อย่างชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ก็เช่นกัน ทำให้พื้นฐานของพวกมันไม่สู้จะน่าสนใจนัก

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ผมจะไม่ขอเสียเวลาสาธยายรายตัวในกลุ่มเหล่านี้ คิดว่าตอนนี้เรามีหุ้นใน Watch List มากพออยู่แล้ว เอาเป็นว่า จะเลือกหุ้นในกลุ่มเหล่านี้แค่บางตัวเท่านั้น ไว้เป็นแค่ Waiting List เท่านั้น ยังไม่ใช่ WatchList ในกรณีที่หาอะไรลงทุนไม่ได้แล้วจริงๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อพื้นฐาน เราอาจจะนำพวกมันมาพิจารณาก็ได้

ยานยนต์ : SAT, STANLY (พวกนี้มาร์เก็ตแชร์เยอะดี ทำให้มีข้อได้เปรียบบางอย่างอยู่ และยังเป็น cash cow ที่ช่วยพยุงกำไรรวมเอาไว้ในยามที่ธุรกิจผันผวน)

เครื่องจักร : SNC (อันนี้ชอบสไตล์การบริหารล้วนๆ แต่ไม่ชอบตัวธุรกิจเลย)

ปิโตรเคมี : IVL, PTL (สไลล์การบริหารเป็นสากลดี)

เหล็ก : (ไม่มี)

สำหรับตลาด MAI ผมเชื่อว่ามีหุ้นดีๆ อยู่ แต่เนื่องจากเป็นหุ้นตัวเล็ก ไม่อยากพูดถึงเยอะ กลัวเป็นข่าว และส่วนตัว ผมเองยังไม่เคยลงทุนหุ้นในตลาด MAI เลย (ตัวเดียวในชีวิตที่เคยซื้อคือ UMS) ไม่ใช่ไม่ดี แต่ไม่ค่อยได้ศึกษา จึงมีข้อมูลน้อย ไม่อยากเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ใครที่สนใจตลาด MAI อาจจะหาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ได้ มีคนเก่งๆ ที่จะให้ข้อมูลได้เยอะมาก

ขอตบท้ายด้วยการสรุปหุ้นใน Watch List ของเรานะครับ โดยผมได้พยายามจัดเกรดตามพื้นฐานด้วย (ขอย้ำว่าจัดตามพื้นฐาน แต่ยังไม่ได้ดูราคาหุ้นเลย เกรดสูงก็อาจไม่น่าซื้อเพราะราคาหุ้นยังแพงเกินไปก็ได้)

A : CPALL, BIGC, CPN, BGH, BH, HMPRO, GLOBAL, ROBINS, SCB, BBL, KBANK, ADVANC, BJC, MBK

B: MINT, TUF, AOT,  OFM, PTT, THCOM, OISHI, BTS

C: LPN, PS, ERW, CENTEL, DTC, VGI, SST, SF

ตั้งแต่เริ่มเลือกหุ้นเข้า Watch List มาจนถึงตอนนี้ ผมยังไม่ได้คิดถึงราคาหุ้นเหล่านี้เลย เพราะอยากเลือกพื้นฐานหุ้นโดยไม่ให้ราคาหุ้นปัจจุบันมามีอิทธิพลต่อความคิดจริงๆ เลยไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้ว ตอนดูมูลค่าหุ้นเพื่อคัดหุ้นเข้าพอร์ตรอบแรก จะมีหุ้นที่ผ่านเข้าพอร์ตบ้างหรือเปล่า ถ้าหากยังไม่มีเลยสักตัวก็คงยังไม่ได้เริ่มต้นลงทุน ก็ให้ถือว่าเป็นการแนะนำวิธีลงทุนไปก่อนก็แล้วกัน อยากให้สนใจที่วิธีการ มากกว่าตัวหุ้นที่จะลงทุนครับ

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายจะเป็นยังไง เอาไว้สัปดาห์หน้า มาดูมูลค่าหุ้นใน Watch List เพื่อลองเลือกหุ้นเข้าพอร์ตรอบแรกดูละกัน

26 thoughts on “ชิ้นส่วน – ปิโตร – เหล็ก – อิเล็ก – MAI – อื่นๆ”

  1. ไม่ทราบกลุ่มประกันภัย หรือ ประกันชีวิต มีวิจารณ์ไว้หรือยังครับ กลุ่มเหล่านี้พอจะเข้า DG ได้ไหมครับ ขอบคุณครับ

  2. กำลังจะถามเลยครับ /ม่มีกลุ่มประกันชีวิตหลุดเข้ามาเลยหลอครับ

    1. กลุ่มประกันก็เข้ามาได้ครับ

      จริงๆ ไม่อยากให้เน้นว่าผมเลือกหุ้นตัวไหนเข้ามา มันไม่สำคัญขนาดนั้น อยากนำเสนอวิธีการมากกว่า

      ไม่มีใครเลือกหุ้นถูกตลอด การเลือกหุ้นให้ถูกตัวมีความสำคัญอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มาก แค่เลือกถูก 6 ใน 10 ตัว ก็โอเคแล้ว ซึ่งไม่ได้เกินความสามารถของคนทั่วๆ ไป ที่สำคัญกว่าคือ เราจะทนอยู่กับหุ้นที่เราคิดถูกได้นานๆ และไม่ซื้อถัวเฉลี่ยหุ้นที่เราคิดผิดได้หรือเปล่า

  3. แล้วเกรด จะมีผลอะไรในการซื้อด้วยรึป่าวครับพี่? เช่น CPN เกรด A สมมติประเมินมูลค่าเหมาะสมออกมา 40 บาท แล้วราคาปัจจุบัน 40 บาท แบบนี้ก็ซื้อได้เลยใช่มั้ยครับ? … แต่ถ้าเป็นเกรด C อย่าง PS สมมติประะเมินมูลค่าออกมา 21 บาท แล้วราคาปัจจุบัน 21 บาท จะซื้อเลยหรือขอส่วนลดจากมูลค่าเหมาะสมอ่ะครับ?
    – ขอบคุณครับมากครับ

    1. ถ้าวัดมูลค่าหุ้นแล้วแพงพอๆ กัน เราก็คงเลือกตัวที่เกรดสูงกว่า เป็นต้น

  4. แล้ว TICON, PM, TCAP, TK, PRANDA พวกนี้อยู่ในกลุ่มไหนครับ บางตัวไม่อยู่ใน Sector ที่พี่เขียนถึงเลยครับ แต่ถึงจะอยู่ใน Sector เดียวกันแต่ลักษณะการดำเนินธุรกิจแตกต่างกัน อยากขอความเห็นหน่อยครับ

  5. ตัวที่ไม่เข้าพวก เอาไว้วันหลังจะเขียนถึงเป็นตัวๆ ไป ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาว่าตัวไหนจะมีข้อมูลที่น่าสนใจหรือผมมีแหล่งข้อมูลครบถ้วนพอดี

  6. สอบถามครับพี่
    กรณีที่ผมมีหุ้นเติบโตอยู่ในพอร์ทแล้ว แต่พอมาคำนวนตามวิธีการวัดมูลค่าหุ้นแบบ DG
    ได้ผลออกมาแล้วยังแพงกว่ามาก ผมควรขายออกไปก่อนหรือไม่ครับ หรือถือต่อไปที่ต้นทุนเดิม
    ที่ผมเจอก็คือ เช่น BTS CPN เป็นต้น ใจจริงอยากจะถือต่อ แต่พอคำนวนแล้วมันแพงกว่ามากมายทีเดียวครับ
    ขอคำแนะนำด้วยครับ

    1. ไม่กล้าแนะนำให้ขายทิ้งจริงๆ ครับ เพราะเวลาตลาดอารมณ์ดี ยิ่งแพงคนยิ่งซื้อ ราคายิ่งขึ้น เด๋วจะกลายเป็นการขัดลาภ

      ก็ให้ระลึกไว้ในใจก็แล้วกันว่าที่ซื้อๆ กันอยู่นี้ราคาหุ้นมันเกินพื้นฐานไปเยอะมาก ส่วนมันจะเกิด correction เมื่อไรนั้น ไม่มีใครรู้จริงๆ

  7. SNC มีลูกค้ารายใหญ่ที่มียอดขายรวม 37% ของรายได้ทั้งหมด…ไม่ทราบว่าพี่นรินทร์พอจะทราบไหมครับว่าลูกค้ารายนี้คือบริษัทใดครับ…หาอ่านรายงานประจำปีแล้วเค้าไม่ได้บอกว่าน่ะครับ

  8. ขอสอบถามความเห็นคุณนรินทร์ จากบทความด้านบน ที่ได้มีการแบ่งเกรดคุณภาพกิจการ เป็น A B C ว่า ณ ปัจจุบันนี้ คุณนรินทร์ คิดว่า มีการเปลี่ยนแปลงด้านปัจจัยพื้นฐานบ้างมั้ยครับ

    ขอบคุณครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*