store

265: ธุรกิจน่าทำ

คนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่นั้น นอกจากการเลือกทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตัวเองสนใจแล้ว อีกวิธีหนึ่งคือการเลือกทำธุรกิจที่ยังมีความใหม่อยู่

การเลือกทำธุรกิจที่ยังเป็นของใหม่อยู่นั้นมีข้อดีมากมายหลายประการ ประการแรกคือ ธุรกิจที่เพิ่งเกิดใหม่ คู่แข่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นหน้าใหม่เหมือนๆ กันกับเรา พวกเขาจึงไม่มีแต้มต่อที่เกิดจากประสบการณ์หรือ learning curve ที่สูงกว่าเรามากนัก ต่างกับการทำธุรกิจที่มีเจ้าตลาดแล้ว หรือบริษัทส่วนใหญ่ทำธุรกิจนั้นๆ มานาน การที่เรายังอ่อนแออยู่เพราะว่าเป็นผู้เล่นรายใหม่ จะทำให้เรามีข้อเสียเปรียบคู่แข่งค่อนข้างมาก

ประการที่สอง ธุรกิจเกิดใหม่มักจะยังมีช่องว่างในตลาดเหลืออยู่มาก ทำให้ตลาดสามารถเติบโตได้ในอัตราสูงทุกปี ซึ่งเป็นภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจมากกว่า เพราะถ้าตลาดเติบโตสูง ความจำเป็นที่จะต้องแย่งส่วนแบ่งตลาดกันเองระหว่างผู้ประกอบการเพื่อรักษายอดขาย หรือเพื่อสร้างการเติบโตจะมีความจำเป็นน้อยกว่า ทุกคนต่างเติบโตได้ด้วยการหาลูกค้าใหม่ ไม่ต้องมาแย่งลูกค้ากันเองให้เลือดสาด

หากมองดูตลาด ณ ปัจจุบันนี้ มีธุรกิจเกิดใหม่หลายตัวที่มีความน่าสนใจ และมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก หากใครก็ตามที่กำลังคิดไม่ออกว่า จะเร่ิมต้นทำธุรกิจส่วนตัวอะไรดี น่าจะลองมองธุรกิจต่อไปนี้เป็นทางเลือกดู[list style=”2″ underline=”1″]

  • สินค้าออร์แกนิค นับวันคนรุ่นใหม่จะยิ่งใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สินค้าอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับกระแสรักสุขภาพจึงเป็นกลุ่มสินค้าที่น่าจะมีลู่ทางที่จะเติบโตได้อีกเยอะ คนในอนาคตจะบริโภคสินค้าออร์กานิคมากกว่าทุกวันนี้ ตัวอย่างเช่น อาหารที่ปลอดสารเคมีต่างๆ หรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ เป็นต้น นอกจากสินค้าออร์แกนิคจะมีศักยภาพที่จะเติบโตในอนาคตได้อีกมากแล้ว ยังเป็นสินค้าที่ขายได้ราคาอีกด้วย เพราะเป็นสิ่งที่คนเรากินเข้าในร่างกาย เราจึงยอมจ่ายเพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพมากกว่าสินค้าอย่างอื่น
  • ธุรกิจสิ่งแวดล้อม หมายถึงธุรกิจอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่จริงสินค้าพวกนี้อาจเป็นสินค้าธรรมดาทั้งหลายที่มีตลาดเก่าอยู่แล้ว แต่ธุรกิจใหม่อาจหันมาเน้นผลิตสินค้าธรรมดาเหล่านี้ด้วยวัสดุที่รีไซเคิลได้แทนก็ได้ จึงไม่เป็นต้องคิดอะไรใหม่ทั้งหมด โอกาสจึงยังมีอยู่อีกมากมายมหาศาล นอกจากนี้ ธุรกิจสิ่งแวดล้อมยังรวมไปถึง ธุรกิจกำจัดขยะ หรือธุรกิจพลังงานทางเลือก อีกด้วย
  • ธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันนี้ธุรกรรมบนอินเตอร์เน็ตมีอัตราการเติบโตปีละอย่างน้อย 50% ในประเทศไทยทุกปี ทุกคนกำลังย้ายตัวเองมาข้องเกี่ยวกับโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสพสื่อ การติดต่อสื่อสาร การชำระเงิน การซื้อสินค้า ฯลฯ ทำให้ธุรกิจอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าเศรษฐกิจโดยรวมมาก และเชื่อว่าเทรนด์นี้จะยังดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องอีกนับสิบปี การที่คนเรานั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนมากขึ้นทุกวัน ทำให้ธุรกิจมีโอกาสที่จะหาลูกค้ามากขึ้นได้ด้วยการเข้าไปอยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ต
  • ร้านอาหาร แม้ว่าร้านอาหารจะเป็นธุรกิจเก่าแก่แล้ว แต่เป็นธุรกิจที่ทำได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารที่ต้องใช้ฝึมือในการปรุง ไม่ใช่อาหารที่สามารถใช้เครื่องจักรผลิตออกมาทีละเยอะๆ ได้ คนเราต้องการความแปลกใหม่ในการรับประทานอาหารอยู่เสมอ และความที่ธุรกิจนี้เกี่ยวข้องกับโลเคชั่น และต้องทำทีละจาน ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กได้เปรียบตลอดกาล ลองมองหาเมนูอาหารแบบใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในเมืองไทย หรือในระแวกใกล้เคียงมาทำดู
  • สินค้าความคิดสร้างสรรค์ เช่น ของเล่น ของขวัญ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่คนตัวใหญ่ไม่ได้เปรียบคนตัวเล็กมากนัก และนับว่าผู้คนจะให้ค่าของความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียมากขึ้นเรื่อยๆ คนเราต้องการความแปลกใหม่ เพื่อสร้างสีสันในชีวิตให้กับตนเองและคนรอบข้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

[/list]
ธุรกิจเกิดใหม่อาจดูแล้วไม่ค่อยมั่นคง เพราะช่วงใหม่ๆ ความไม่แน่นอนยังมีมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเราลองย้อนมองดูบริษัทหรือธุรกิจขนาดเล็กที่ประสบความสำเร็จแล้วในปัจจุบัน หลายๆ บริษัทเป็นบริษัทที่เลือกทำธุรกิจนั้นๆ มาตั้งแต่ยุคที่ธุรกิจนั้นยังใหม่อยู่ และการที่เขากล้าเสี่ยงตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ค่อยมีใครกล้าทำ คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นผู้นำในตลาดนั้น และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าในปัจจุบัน ต่างกับการที่เลือกทำธุรกิจที่อิ่มตัวแล้วตั้งแต่แรกเพราะรู้สึกว่ามั่นคงแน่นอน โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเพราะว่าโดดเด่นกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจนคงมีไม่มากนัก

7 thoughts on “265: ธุรกิจน่าทำ”

  1. ถ้าธุรกิจที่ไม่ต้องการเงินลงทุนสูงก็น่าลอง น่าสนใจ
    แต่ถ้าเป็นธุรกิจที่ต้องใช้การลงทุนสูง สิ่งที่ต้องคิดเพิ่มอีกอย่างก็คือ ตลาดใหม่ๆ เหล่านั้นมีโอกาสที่ผู้เล่นรายใหญ่ๆ จะกระโดดลงมาเล่นหรือเปล่า

    เพราะถ้าในระยะเวลาที่จำกัดเราไม่สามารถสร้างฐานลูกค้า หรือสร้าง sustainability of competitive advantage ได้ก็คงจะลำบาก

    อีกเรื่องก็คือเรื่องของทำเล ทุกวันนี้ในกรุงเทพมี community mall เกิดขึ้นเยอะมาก คนรุ่นใหม่ที่มีความฝันอยากสร้างกิจการของตัวเองก็พร้อมที่จะทุ่มทุกอย่างลงไปเพื่อเปิดกิจการ แต่ไม่ได้ศึกษาถึงความชำนาญของผู้บริหารโครงการ สุดท้ายก็หมดเนื้อหมดตัวกันเลยก็มี T^T //เรื่องจริงจาก thanya shopping park

  2. ไว้ต้องไปสืบ thanya park ซะหน่อย ^^

    เคยดูรายการทีวี เห็นว่าเป็นมอลล์ที่มีพื้นที่สีเขียวเยอะที่สุด ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า มันจะคุ้มรึเปล่า เพราะปกติ คอมมูนิตี้มอลล์ก็มีรายได้ต่อพื้นที่ต่ำอยู่แล้ว เพราะเป็นแนวราบ

    1. ผมได้มีโอกาสเห็น Thanya Park ตั้งแต่้เริ่มก่อสร้าง จนสร้างเสร็จ
      ได้ลองเดินดูพบว่า สาเหตุที่ทำให้ไม่้อยากกลับไปเดินอีก

      – ผังของอาคารแย่เอามากๆ มีหลืบ มีซอก เยอะมาก ทำให้เกิดมุมอับ
      หลายร้าน คนเดินไปแทบนับหัวได้ ผลก็คือร้านปิดไปหลายร้านตั้งแต่ห้างเพิ่งเริ่มเปิด

      อยากให้ลองดูผังของ Termial21 ที่เค้าเอา FoodCourt (ที่น่ากินที่สุดของห้างในเมืองไทย อร่้อยและราคาถูก)
      ไปไว้ชั้นบนสุด ทำให้คนที่อยากมากิน Foodcourt ที่นี่ต้องเดินผ่านทีละัชั้น
      (จะมีชั้นบันไดเลื่อนยาว กับลิฟท์สำหรับคนที่ต้องการทางลัด)
      ทำให้ Traffic ของคนเดินห้างกระจายไปทั่วๆทุกร้าน

      – บนถ.ศรีนคริทร์ มีเจ้าถิ่นที่แกร่งมากอยู่แล้วทั้ง Seacon และ Paradise
      ที่จับกลุ่มเป้าหมายชัดเจน การที่ Thanya จับประเด็น Eco ฟังดูสวยงาม
      แต่พิสูจน์ค่อนชัดว่า มันอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับเมืองไทยที่อากาศร้านเป็นหลัก

      ผมชอบมุม Creative เล็กๆอย่าง บันไดเปียโนอยู่บ้าง แต่มันก็คงได้แค่ว้าวครั้งแรก

      Postion ของห้างลำพังของ Eco คงยังไม่แรงพอที่จะให้คนมาเดินซ้ำ
      เห็นความพยายามของห้างที่พยายามจัด event เช่น มีวงดนตรีมาเล่นบ้าง

      ไว้หลงไปเดินใหม่ แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่คับ ^^

  3. ได้ยินว่า The City Viva คนไม่ค่อยเยอะ อยากหาเวลาไปเหมือนกัน

    อีกที่คือ ต้นซุง Avenue ตรงทาวน์อินทาวน์ครับ ร้านข้างในยังไม่ดึงดูด แถมมี The Scene มาเปิดประกบใกล้ๆกันอีก

    คอมมูนิตี้มอลล์ที่ success น่าจะมี La Villa Aree, J Avenue, Mega Bangna และ Avenue หน้าเมเจอร์รัชโยธิน อันนั้นชัดว่าคนเยอะจริงไรจริง

  4. คุณ ATIP834 คือคนเดียวกับที่สอนหนังสือ Stock tomorrow และพึ่งออกหนังสือเล่มใหม่ใช่มั้ยครับ? เห็นหนังสือที่ Se-ED เมื่อวาน
    – ขอบคุณครับ ^^

    1. ใช่คร้าบ K.BOY123 ยินดีๆ

      เอิ่ม…ช่วงนี้ผมเขินจริงๆอ่ะ ไม่นึกว่าจะมีคนทักเยอะขะหน๊าด ^__^!

      รอผลงานท่านแม่ทัพสุมาอี้อยู่เหมือนกัน ตั้งแต่เล่มส้มเล่าเรื่อง 20 บริษัทจดทะเบียนแล้ว ตามอ่านได้ที่นี่ที่เดียว exclusive :)

  5. ผมเพิ่ม Crystall Park ครับน่าจะเป็น community mall ที่ประสพความสำเร็จเหมือนกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>