269: ภาวะสองจิตสองใจ

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การลงทุนของเราสะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และเป็นอยู่อย่างนั้นชั่วนาตาปี ก็คือ การที่คนเรามีบุคลิกภาพส่วนตัวแบบสองจิตสองใจ หรือเป็นคนลังเล นั่นแหละ บางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย แตกต่างกันไป

คนที่มีนิสัยชอบด่วนสรุปนั้น อาจเป็นคนที่ได้เปรียบในเรื่องนี้ แม้ว่าพวกเขาอาจจะมีข้อเสียเปรียบในเรื่องอื่นแทนก็ตาม

ส่วนบุคลิกที่เหมาะกับตลาดหุ้นจริงๆ นั้น เป็นไปตามคำกล่าวที่ว่า ตลาดหุ้นเหมาะกับคนที่ “ใจเย็นแต่ใจกล้า” และไม่เหมาะกับคนที่ “ใจร้อนแต่ขี้ลังเล”

นักลงทุนควรฝึกที่จะเป็นคนที่รอได้ แต่เมื่อโอกาสมาถึงแล้ว ต้องกล้าคว้ามัน ไม่ใช่ลังเลใจอีก

ความลังเลถือเป็นข้อเสียเปรียบใหญ่ในตลาดหุ้น เพราะตลาดหุ้นเป็นสถานที่ซึ่ง มีความไม่แน่นอนมาเกี่ยวข้องเยอะมาก (random events) เป็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้ คนที่มีนิสัยลังเลอยู่แล้วนั้น ยิ่งสับสนมากกว่าเดิม

พฤติกรรมของคนลังเลที่ผมพบบ่อยก็เช่น สมมติว่าเราบอกเขาว่า หุ้น ABC น่าซื้อนะ เขาจะคิดว่า ขอต่อราคาอีกหน่อย คือ ขอให้ลงมาอีกสัก 50 สตางค์ก่อน แล้วค่อยซื้อดีกว่า

ปรากฏว่า แทนที่หุ้น ABC จะลงไป 50 สต ให้ซื้อก่อน แล้วค่อยขึ้นไป มันกลับขึ้นทางเดียวไปเลย ในตอนแรกนั้น คนลังเลอาจจะคิดว่า ถ้างั้นฉันก็ไม่ซื้อตัวนี้แล้วละกัน ปล่อยมันไปเลยดีกว่า ยังไงเราก็ไม่ยอมซื้อแพงเพราะเสียเปรียบ แต่ปรากฎว่าพอ หุ้น ABC ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ไม่ยอมย่อลงมาเลย คนโลเลก็จะกลับมาถามเราใหม่ว่า หุ้น ABC ยังซื้อได้อยู่มั้ย เพราะอยากซื้อตอนนี้ มันจะขึ้นต่ออีกมั้ย

คนที่คอยแนะนำคนโลเลจะต้องหนักใจเสมอ เพราะตอนที่เราบอกว่าน่าซื้อนั้น คนโลเลจะขอต่อราคาก่อน แต่พอมันวิ่งต่อไปไกลๆ จนแพง ทำให้ความปลอดภัยลดลงมากแล้ว แม้ว่าพื้นฐานหุ้นจะยังดีอยู่ก็ตาม คราวนี้คนโลเลจะกลับค่อยอยากซื้อเลย แล้วจะซื้อให้ได้ด้วย คือ จะอยากซื้อตอนแพงๆ ความปลอดภัยเหลือน้อยแล้วเสมอ แถมยังมาบีบบังคับให้เราเป็นคนฟันธงให้ด้วยว่าแพงแล้วแต่ก็ยังซื้อได้ เพื่อที่ว่าตัวเองจะได้ไม่ต้องตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะถ้าผิดพลาดขึ้นมา จะได้ไม่รู้สึกผิด เพราะไม่ได้ตัดสินใจเอง แต่มีคนบอกว่าให้ซื้อได้ ถ้าเราบอกว่า พื้นฐานยังดีอยู่ แต่ราคาแพงแล้วนะ อย่าไปซื้อเลย คนลังเลจะมาเค้นให้เราพูดคำว่ายังซื้อได้ออกมาให้ได้ด้วย เพราะว่าตัวเองอยากซื้อ

ในอีกสถานการณ์หนึ่ง คนโลเล อาจซื้อหุ้น XYZ ไป แล้ววันต่อมา ราคาหุ้นก็ลงไปทันที 5% ทำให้กังวลใจ คนลังเลอาจโทรศัพท์ไปถามนักวิเคราะห์หุ้นในรายการวิทยุว่า ควรทำยังไงดี

นักวิเคราะห์อาจพิจารณาจากกราฟ แล้วแนะนำไปว่า ให้ตัดขายออกไปก่อน เพราะสัญญาณเทคนิคไม่สู้จะดีนัก มีโอกาสที่หุ้นจะลงต่อมากกว่า 70% คนลังเลก็เลยตัดสินใจคัดลอสออกไปที่ 5% เพราะว่ามีผู้เชี่ยวชาญบอกให้เธอคัดลอสได้ตรงกับที่เคยคิดอยากจะทำอยู่แล้ว

แต่แน่นอนคำว่าคัดลอสคือการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งบางครั้งความเสี่ยงอาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่ป้องกันไว้ก่อนเพราะไม่ต้องการเสี่ยงกับการขาดทุนที่เยอะมากเกินไปในกรณีที่ความเสี่ยงนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ปรากฏว่าครั้งนั้น อาจเป็นครั้งที่อยู่ใน 30% ที่หุ้นไม่ได้ลงต่อ แต่เด้งกลับขึ้นไปได้ พอหุ้นเด้งกลับทันทีในวันถัดมา ทำให้คนลังเลขาดทุนถาวร 5% เพราะขายไปแล้ว คนลังเลอาจรู้สึกเสียดายและพาลสรุปว่า การคัดลอสเป็นสิ่งไม่ดี เพราะทำให้เธอขาดทุน

คนคัดลอสแยกไม่ออกระหว่างการป้องกันความเสี่ยงกับการเก็งทิศทางราคาหุ้น เธอคิดว่าเป้าหมายของการคัดลอสคืออย่างหลัง และเมื่อมันไม่ได้เป็นไปตามนั้นก็แปลว่า การคัดลอส เป็นสิ่งที่ผิดพลาด

ให้หนต่อไปที่เธอเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันอีก แต่กับหุ้น DEF หนนี้เธอไม่โทรไปถามนักวิเคราะห์แล้ว เพราะเธอคิดว่าการคัทลอสนั้นไม่ดี เธอคงเลือกถือต่อ

แต่ปรากฎว่าหนนี้ ดันซวย หุ้นดันลงต่อไปอีกอย่างแรงและถาวร กลายเป็นการขาดทุนถาวรไปอีกเพราะว่าไม่คัทลอส

คราวนี้เธออาจสรุปใหม่ว่า การคัทลอสเป็นเรื่องที่ดีกว่า ทำให้แนวทางการลงทุนของเธอนั้นกลับไปกลับมาอยู่ตลอดเวลา โดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัว เพราะเธอแยกแยะไม่ออกว่า อะไรเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโชค

ไม่ว่าจะผ่านไปนานสักกี่ปี คนลังเลจะไม่มีหลักการลงทุนอะไรทียึดถือเลย เพราะจะเปลี่ยนความคิดไปมาตลอดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วเธอจะคิดว่าไม่มีวิธีไหนใช้ได้เลย และทำให้การลงทุนของเธอไม่ได้แตกต่างไปจากการเล่นมั่วมากนัก

เป็นเรื่องยากมากที่คนลังเลจะตั้งกฎการลงทุนใดๆ ขึ้นมา คัลลอสขึ้นมา

ทัศนคติอย่างหนึ่งที่ทำให้เป็นคนลังเลคือ อุปนิสัยที่ไม่ยอม trade-off คนลังเลต้องการได้ทุกสิ่งทุกอย่างในเวลาเดียวกัน และในทุกๆ สถานการณ์ หลักการที่จะใช้ได้สำหรับเธอต้องเป็นหลักการที่ทำให้ได้กำไรทุกครั้ง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับตลาดหุ้นที่มีแต่ความไม่แน่นอน แต่เธอก็ยังมีความคาดหวังเช่นนั้นอยู่นั่นเอง ทำให้ขาดกลยุทธ์ จึงไม่มีข้อได้เปรียบคนอื่น และย่อมเอาชนะคนอื่นในตลาดไม่ได้ด้วย

คนที่ลังเลนั้น มักเป็นคนที่ขี้วิตกกังวลด้วย เพราะว่าเป็นคนตัดใจไม่ได้ ทำให้ย้ำคิดย้ำทำอยู่ตลอดเวลา บ่อยครั้งตัดสินใจไปแล้ว ก็ยังกลับมาลังเลอีก เพราะยังแอบสงสัยว่าจะมีวิธีอื่นที่มีแต่ทางได้ไม่มีทางเสียอยู่รึเปล่า บางทีการให้คำปรึกษาคนลังเลนั้นทำได้เพียงแค่เป็นผู้ฟังที่ดีเท่านั้น คือปล่อยให้เธอได้ระบายความวิตกกังวลออกมา การแนะนำกลยุทธ์ที่ถูกต้องให้นั้นอาจไม่ได้ประโยชน์

นิสัยเป็นเรื่องที่สอนกันยาก เพราะไม่ค่อยมีใครกล้าเตือนกัน เนื่องจากบางทีเราก็ไม่รู้ว่า คนฟังจะโกรธเราแทนที่จะนำมาขบคิดหรือเปล่า การเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นบางทีก็จำเป็นต้องเป็นคนที่กล้าสำรวจตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะเรื่องบางเรื่องจะไม่มีใครสอนกันครับ

13 thoughts on “269: ภาวะสองจิตสองใจ”

  1. เหมือนคุณนริน เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง แฮะ

  2. เธอคนนั้นที่คุณโจ๊กพูดถึง มันช่างเหมือนเราเสียกะไร

Leave a Reply