227: ทีวีดิจิตอล

นั่งทำสรุปเรื่อง ทีวีดิจิตอล ทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี เลยนำมาฝากกัน ขอออกตัวก่อนว่า ทีวีเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยถนัดนะครับ ผมทำสรุปในฐานะนักลงทุนที่นั่งทำการบ้านเองคนหนึ่งเท่านั้น  หากเห็นต่างจากผมอย่างไร ก็แชร์กันได้ ขอเริ่มต้นจากทีวีดิจิตอลก่อน

ว่ากันว่า ทีวีดิจิตอลจะมาแทนที่ฟรีทีวีเลยทีเดียว เนื่องจากมันใช้ infrastructure เดียวกันแทบทุกอย่าง แต่ดิจิตอลภาพคมชัดกว่า และทำให้มีจำนวนช่องได้มากกว่าด้วย เลยทำให้ต้องมีการนำคลื่นเก่าที่ใช้ส่งฟรีทีวีมาใช้ส่งทีวีดิจิตอลแทน ช่องฟรีทีวีจึงต้องค่อยๆ หายไปโดยปริยาย

ในเมื่อมันใช้ infrastructure เดิมแทบทั้งหมด มันจึงเข้าถึงคนทั้งประเทศได้ง่ายพอๆ กับฟรีทีวีในเวลานี้เลยทีเดียว ในอนาคตมันจึงน่าจะกลายเป็นสื่อที่ใหญ่ที่สุด (ได้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุด) แทนที่ฟรีทีวีในเวลานี้ แต่ปรากฎการณ์นี่จะไม่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน แต่จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป จนกว่าทุกบ้านจะดูทีวีดิจิตอลได้ในที่สุด

แต่ก็มีบางคนวิเคราะห์แย้งว่า ของจริงอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดกันก็ได้ เพราะปัจจุบันเหลือครัวเรือนไทยใช้เสาก้างปลารับฟรีทีวีแค่เพียง 35% เท่านั้น ส่วนใหญ่ใช้จานของทีวีดาวเทียมรับฟรีทีวีกันหมดแล้ว ทีวีดิจิตอลในประเทศไทยจึงอาจไม่ได้มีฐานผู้ชมใหญ่กว่าทีวีดาวเทียมมากนัก เพราะในเมื่อมันใช้จานแบบเดียวกัน ครัวเรือนส่วนใหญ่ก็คงดูได้ทั้งสองอย่าง ทีวีดิจิตอลอาจไม่ยิ่งใหญ่ขนาดฟรีทีวีในเวลานี้ก็ได้ แค่ดีกว่าทีวีดาวเทียมนิดหน่อย เพราะทีวีดาวเทียมเองทุกวันนี้ก็ดูฟรีและโฆษณาได้แล้วเหมือนๆ กัน

เครื่องรับทีวีในปัจจุบันจะรับช่องดิจิตอลได้ต้องซื้อกล่องแปลงสัญญาณมาติดตั้งด้วย นี่คืออุปสรรคตัวสำคัญที่สุดของทีวีดิจิตอล ซึ่ง SAMART น่าจะเป็นหุ้นตัวหนึ่งที่ทำกล่องนี้ออกมาขาย (market size 22 ล้านกล่อง) แต่คงต้องขายไม่แพง ไม่งั้นชาวบ้านก็ซื้อทีวีรุ่นใหม่ที่รับสัญญาณดิจิตอลไปเลยมิดีกว่าหรือ แถมยังเป็นเทคโนโลยีง่ายๆ คู่แข่งน่าจะมีเยอะ ซึ่งในที่สุดแล้ว ทีวีรุ่นใหม่ๆ ก็คงรับสัญญาณดิจิตอลได้ด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องมีกล่องอีกต่อไป แต่ต้องรออีกเป็นสิบปีกว่าที่ทุกครัวเรือนจะซื้อทีวีเครื่องใหม่ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้จึงเป็นโอกาสของคนขายกล่อง แต่ กสทช.ก็มีแนวคิดเหมือนกันว่าอาจจะซื้อกล่องแจกชาวบ้านฟรีๆ ไปเลย เพื่อเร่งให้คนย้ายมาดูช่องดิจิตอลให้เร็วยิ่งขึ้น

ในแง่ของโครงข่ายส่งสัญญาณ ไม่น่าจะมีใครลงทุนใหม่กัน เพราะเป็นเงินลงทุนที่สูงมากๆ ดังนั้น ช่องดิจิตอลทุกช่องน่าจะมาเช่าโครงข่ายกับบรรดาช่องฟรีทีวีปัจจุบันที่มีโครงข่ายทั่วประเทศอยู่แล้ว เพียงแค่อัพเกรดให้ส่งสัญญาณดิจิตอลได้เท่านั้น ไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด ดังนั้นเจ้าของช่องฟรีทีวีเดิมน่าจะเป็นผู้ที่เข้าประมูลสิทธิในการเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย และบรรดาช่องดิจิตอลก็มาเช่าใช้โครงข่ายกระจายสัญญาณจากฟรีทีวีเหล่านี้อีกที

แต่ส่วนที่ฟรีทีวีจะแย่ก็คือ ส่วนธุรกิจช่องรายการ (Channel Management) ในปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น เนื่องจากจำนวนช่องเยอะขึ้นมาก แถมยังส่งด้วยโครงข่ายเดียวกันอีก ทำให้เม็ดเงินโฆษณาที่เคยได้กันเต็มๆ อยู่แค่ 3-4 ช่อง ต้องถูกกระจายไปยังช่องดิจิตอลจำนวนมาก นั่นทำให้ฟรีทีวีทุกช่องต้องรีบกระโดดเข้ามาเล่นทีวีดิจิตอลด้วย แต่ก็คงแย่งเค้กกลับมาได้แค่บางส่วน เพราะตัวแบ่งที่มากขึ้น ด้วยเหตุนี้เราจะเห็น ช่องฟรีทีวีอย่าง BEC (ช่อง 3) เริ่มหาธุรกิจอื่น เช่น อสังหาฯ เข้ามาทดแทนธุรกิจหลักที่จะเล็กลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกๆ ฟรีทีวีก็คงยังได้เปรียบอยู่เยอะ เพราะช่วงแรกช่องดิจิตอลคงยังไม่ค่อยพร้อม รายการก็ยังไม่มีคุณภาพมากพอ กว่าจะเพิ่มฐานคนดูให้เท่ากับฟรีทีวี ก็คงมีเวลาอีกหลายปี

การประมูลช่องทีวีดิจิตอลน่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายปี 56 นี้ โดยมี ช่องข่าว 5 ช่อง ทั่วไป 10 ช่อง HD 4 ช่อง และช่องเด็ก 5 ช่อง ที่เหลืออีก 10 ช่องเป็นทีวีสาธารณะและชุมชน (ขายโฆษณาไม่ได้)  กลุ่มทุนที่แสดงตัวว่าสนใจเข้าประมูลในเวลานี้ได้แก่ ฟรีทีวีช่องเดิมๆ (BEC, MCOT), INTUCH, เนชั่น (NBC), GRAMMY, RS, Spring news (SLC) โดยแต่ละรายจะชนะการประมูลได้ไม่เกิน 2-3 ช่องเท่านั้น ช่องที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดน่าจะได้แก่ ช่องข่าว และช่องทั่วไป ส่วน ช่องเด็กนั้น ขายโฆษณาได้น้อย และช่อง HD ก็มีต้นทุนในการส่งสัญญาณสูง

การเป็นเจ้าของสถานีต้องใช้เงินลงทุนสูง ทั้งค่าสัมปทาน (ยังไม่สรุปว่าเริ่มต้นที่เท่าไร) ค่าเช่าโครงข่าย และค่าผลิตรายการ ถ้าเป็นพวกฟรีทีวีเดิม ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทุนหนาอยู่แล้ว อีกรายที่น่าจะทุนหนาคือ INTUCH พวกนี้น่าจะได้ช่องไปส่วนหนึ่ง โดย INTUCH นั้นมีนโยบายประมูลช่องมาเพื่อบริหารอย่างเดียว ไม่เน้นการผลิตรายการเอง เป็นการนำเวลาออกอากาศไปแบ่งขายเสียมากกว่า

ส่วนรายอื่นๆ นั้นก็เป็นข้อกังขาเหมือนกันว่าจะมีทุนเพียงพอหรือไม่ RS และ GRAMMY เองนั้นต่างก็บอกว่าสนใจ พวกนี้อาจมีข้อดีตรงที่เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์อยู่แล้ว การได้ช่องออกอากาศด้วยอาจช่วยส่งเสริมธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ แต่ในแง่เงินทุนนั้นยังไม่เห็นแผนการเงินที่ชัดเจน ด้านเนชั่นมีแนวคิดจะจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อระดมทุนจากตลาดหุ้นเป็นหลักและบริษัทในเครือทั้งหมดเข้าถึอหุ้นรวมกันแค่ 20% เท่านั้น เพราะเงินทุนมีจำกัด ส่วน SLC ก็จำเป็นต้องหาผู้ร่วมทุนมิฉะนั้นคงมีเงินทุนไม่เพียงพอ ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าแผนการหาทุนของบริษัทเหล่านี้จะทำได้จริงแค่ไหน อย่าคิดว่าประมูลคลื่นได้แล้วจะกำไรเสมอไปหากคุณยังไม่ลืมช่อง iTV ที่เคยขาดทุนบักโกรกมาแล้ว

ด้าน WORK นั้นออกตัวชัดเจนเลยว่า ไม่พร้อมเข้าประมูล จะเน้นผลิตคอนเทนต์ป้อนช่องเหล่านี้ของคนอื่นดีกว่า ซึ่งก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดกว่าก็ได้ เพราะไม่ต้องเสี่ยงลงทุนเยอะ ในขณะที่ช่องทีวีที่เพิ่มขึ้นมากมายย่อมรุมกันจีบผู้ผลิตคอนเทนท์ที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้วอย่าง WORK เพื่อให้ผลิตรายการให้ WORK เน้นผลิตคอนเทนต์อย่างเดิมซึ่งเป็นงานที่ถนัดน่าจะดีกว่า

อีกบริษัทหนึ่งที่น่าจะได้ประโยชน์จากการเกิดขึ้นของทีวีดิจิตอลคือ THCOM เพราะช่องทีวีดิจิตอลย่อมอยากได้ครัวเรือนที่มีจานดาวเทียมเป็นลูกค้า ทำให้ต้องเช่าช่องสัญญาณจากดาวเทียมด้วยเช่นกัน การที่มีช่องทีวีเพิ่มขึ้นก็น่าจะทำให้ THCOM ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมาโดยปริยาย ไม่ว่าใครจะชนะการประมูลก็ตาม

อันที่จริงโดยความเห็นส่วนตัว ผมกลับเชื่อว่า ที่สุดแล้วอินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นช่องทางที่คนใช้ดูทีวีมากที่สุดในอนาคต เนื่องจากทุกคนต้องเข้าถึงอินเตอร์เน็ตด้วยเหตุผลอย่างอื่นกันอยู่แล้ว ถ้าจะดูทีวีผ่าน IP Network ด้วย ก็ไม่มีต้นทุนเพิ่มมากนัก แถมเจ้าของช่องยังมีต้นทุนในการส่งสัญญาณผ่าน IP Network ต่ำที่สุดอีกด้วย (ถูกกว่าดาวเทียมหรือเสาส่งมากๆ) ฉะนั้น IP Network จึงมีศักยภาพสูงมาก เพียงแต่ตอนนี้อาจจะยังไม่ถึงเวลา เพราะยังไม่ถึงยุคที่ทุกบ้านต้องมีบรอดแบรนด์ใช้ (หรืออาจเป็น 4G) และยังต้องมีการออกแบบ device สำหรับทีวีผ่านเน็ตได้ใช้งานง่ายกว่านี้ (แบบกดปุ่มเดียวดูได้เลยเหมือนเครื่องรับโทรทัศน์ในปัจจุบัน) เมื่อถึงเวลานั้น ทีวีดิจิตอลและทีวีดาวเทียมอาจสูญพันธ์ไปเลยก็ได้ แต่คิดว่าคงยังไม่ใช่เร็วๆหรอกครับ

 

14 thoughts on “227: ทีวีดิจิตอล”

  1. ไอทีวี ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เหตุเพราะตอนที่ประมูลนั้น ชนะมาด้วยราคาที่สูงเกินไป ไม่มีทางทำกำไรได้

    และมาถึงจุดจบเอาตอนนี้รู้สึกว่าศาลจะตัดสินว่าการประมูลไม่ชอบด้วยกฎหมายอะไรสักอย่าง เลยถูกยึดใบอนุญาต คืนคลื่นให้รัฐเอามาทำช่องสาธารณะแทน

  2. Nmg ที่คุณโจ้กว่าเป็น sunset ผมว่าเขาปรับตัวเร็วนะครับ เอาสื่อ เข้ามาในnewmedia ดูได้ทุกทาง นอกจากข้อเสียที่คุณโจ้กว่านี่มี เรื่องอื่นอีกไหมครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ ขอบคุณ

    1. ผมให้คะแนน NMG ในแง่การรู้จักใช้ตลาดทุนให้เป็นประโยชน์ ทำให้สามารถกู้ฐานะทางการเงินของบริษัทขึ้นมาได้ครับ แต่ในส่วนของตัวธุรกิจนั้น มองว่า NMG ยังไม่ได้มุ่งหากำไรเพื่อผู้ถือหุ้นมากพอ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*