225: Intuition

Intuition มาจาก คำว่า in ซึ่งแปลว่า “ไม่” กับ คำว่า tuition ซึ่งแปลว่า “สอน”

คำว่า Intuition จึงหมายถึง สิ่งที่เราสามารถรู้ได้เอง โดยที่ไม่ต้องให้มีใครมาสอนเราก่อน บางคนแปลว่า สัญชาตญาณ หรือ สามัญสำนึก แต่ก็อาจไม่ตรงทีเดียวนัก บางคนแปลว่า การหยั่งรู้ หรือไม่ก็เรียกว่าเป็น ญาณวิเศษ ไปเลย

เวลาพูดถึง Intuition เราอาจนึกไปถึงเรื่องลึกลับ ไม่มีเหตุผล หรือถึงขั้นเป็นไสยศาสตร์ ที่จริง คำนี้ยังหมายรวมถึงความสามารถบางอย่างที่คนเรามีกันอยู่แล้วทุกคน บางคนมีมาก บางคนมีน้อย เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องลี้ลับด้วย

Carl Jung นักจิตวิทยาคนสำคัญบอกว่า คนเรามีวิธีการรับรู้สิ่งภายนอกอยู่สองแบบ แบบแรกคือการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าตามปกติ (Sensing) อีกแบบคือ การใช้ Intuition นี่แหละ บางคนยังรับข้อมูลทางประสาทสัมผัสไม่ครบแต่ก็รู้ได้แล้วว่า มีอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้นแล้ว คล้ายๆ กับเป็นคนที่มีลางสังหรณ์

ในทางวิทยาศาสตร์ Intuition ก็เกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีตของเราเองนั่นแหละ คนที่ใช้ Intuition บ่อยๆ จนเกิดความชำนาญ คือ คนที่พยายามมองหารูปแบบ (Patterns) เดิมๆ ที่ซ่อนอยู่ในประสบการณ์ใหม่ เพื่อที่จะได้สามารถหยิบเอาบทเรียนที่เคยรับมาจากประสบการณ์ในอดีตมาใช้จัดการกับประสบการณ์ใหม่ที่มีรูปแบบบางอย่างที่คล้ายกับเริื่องเดิม โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอรับข้อมูลต่างๆ ของประสบการณ์ใหม่ให้ครบถ้วนเสียก่อน

ตัวอย่างหนึ่งของคนที่พึ่งพา Intuition มากๆ คือพวกเซียนหมากรุก พวกเขาสามารถตัดสินใจได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ว่าจะต้องเดินหมากตัวต่อไปอย่างไร โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดมากนัก ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่พวกเขาสามารถหาคำตอบได้ก่อนคอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้เร็วกว่าสมองของพวกเขามาก พวกเซียนหมากรุกอาศัยการจดจำ Pattern ของหมากในกระดานจำนวนมากไว้ในสมอง ซึ่งเมื่อไรก็ตามที่พวกเขาเห็น Pattern เหล่านี้อีก พวกเขาจะรู้ได้ทันทีเลยว่าควรจะเดินหมากต่อไปอย่างไร โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดเลย

อันที่จริง Intuition เป็นทักษะทีี่มีประโยชน์มากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะในโลกของความเป็นจริง มีหลายกรณีที่เราต้องตัดสินใจทั้งที่ยังมีข้อมูลไม่ครบเพื่อมิให้ทุกอย่างสายเกินไป มีอาชีพหลายอย่างที่ต้องพึ่งพา Intuition มากเป็นพิเศษ และส่วนใหญ่ก็มักเป็นอาชีพที่ยากๆ กล่าวคือ เป็นอาชีพที่ไม่มี Job Description ที่ชัดเจน ทำให้เราไม่สามารถหลับหูหลับตาทำงานตามคำสั่งไปเรื่อยๆ ได้โดยที่ไม่ต้องออกแรงคิด

อาชีพนักบริหารมืออาชีพเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของอาชีพที่ต้องพึ่งพา Intuition เยอะมาก ไม่มีใครคอยมาบอกว่านักบริหารต้องทำอย่างไรบริษัทถึงจะเติบโตมีกำไรเพิ่มขึ้น พวกเขาต้องพร้อมปฏิบัติงานได้เลยตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เวลาจะกำหนดทิศทางเพื่อนำพาองค์กร ก็ต้องทำภายใต้ตัวแปรมากมายที่ยังไม่นิ่ง ข้อมูลดิบอาจหาได้เพียงส่วนเดียวเท่านั้น ถ้าหากจะรอให้ตัวแปรส่วนที่เหลือนิ่งก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ก็มักสายเกินแก้โดยคู่แข่งแซงหน้าไปแล้ว นักบริหารจึงต้องอาศัย Intuition ในการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับองค์กร และคนที่เก่งก็คือ คนที่ผ่านประสบการณ์มามาก และมองเห็นความคล้ายคลึงของสถานการณ์ใหม่กับประสบการณ์ที่เคยผ่านมาในอดีต จึงสามารถหยิบจับประสบการณ์ในอดีตมาช่วยประกอบการตัดสินใจได้ ทำให้ตัดสินใจได้แม่นยำมากกว่าคนอื่น แม้จะยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วนก็ตาม

บางคนอาจเรียกว่าเป็น Guts Feeling หรือคนไทยเรียกว่า “กึ๋น” ที่จริงแล้วความสามารถเหล่านี้ก็เกิดมาจากประสบการณ์นั้นแหละ ไม่ได้ลอยมาได้เองจากที่ไหน

Intuition จึงเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง เป็นทักษะที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต คนเราสามารถใช้ทักษะนี้บ่อยๆ จนทำให้เกิดความชำนาญได้ การใช้ intuition ไม่ได้แปลว่าจะทำให้เราตัดสินใจได้ถูกต้องเสมอไป เหตุการณ์สองอย่างอาจมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกันจนทำให้ดูเหมือนเป็น รูปแบบ เดียวกัน แต่ที่จริงแล้วก็อาจแตกต่างกันก็ได้ เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มาเกี่ยวข้องอีก แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยทำให้โอกาสที่จะตัดสินใจได้ถูกต้องมีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า Intuition ต้องเกิดจากการสะสมประสบการณ์ บางคนยังไม่มีเคยมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ เลย แต่กลับบอกว่าตัวเองเก่งในเรื่องนั้นแล้วเพราะว่ามี Intuition  ถ้าแบบนี้ ผมคงเรียกว่า การ “คิดไปเอง” มากกว่าครับ

 

3 thoughts on “225: Intuition”

  1. อ่านแล้ว อยากมี “กึ๋น” บ้างครับ^^ ขอบคุณครับพี่โจ๊ก

  2. ชอบที่พี่สรุปครับ ระหว่าง intuition กับ การคิดไปเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*