205: หุ้นปาล์ม

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ทำเกษตรเยอะ (แต่ยังน้อยกว่าอุตสาหกรรม) ไหนๆ ก็มาเกิดเป็นนักลงทุนในประเทศนี้แล้ว ลองมาเหลียวมองหุ้นสินค้าเกษตรกันหน่อยว่า มีอะไรน่าสนใจบ้าง ไม่งั้นเข้าจะหาว่าใกล้เกลือกินด่าง

นอกจากข้าวแล้ว ตลาดหุ้นก็มีหุ้นที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรอีกหลายอย่าง ได้แก่ ปาล์ม ยาง น้ำตาล ถั่ว หมู ไก่ อาหารสัตว์ อาหารทะเล ดูเหมือนส่วนใหญ่ผมจะเคยพูดถึงไปแล้ว ส่วนใหญ่อยู่ในหนังสือ 20 บจ.ยังเหลือแค่ปาล์มที่ยังไม่ได้พูด

ประเทศไทยมีนโยบายห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร (ให้ได้ผูกขาด) แต่ไม่ห้ามส่งออก และในเวลาเดียวกันรัฐฯ ก็กำหนดเพดานราคาขายน้ำมันปาล์มสำเร็จรูปในประเทศอีกเพื่อช่วยผู้บริโภคด้วย

การฝืนกลไกตลาดมากถึงขนาดนี้ ส่งผลให้มีปัญหาของขาดตลาดอยู่บ่อยๆ เพราะเวลาผลผลิตในประเทศออกมาน้อย ก็ไม่สามารถนำเข้ามาเสริมได้ เวลาราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกดี ก็ส่งออกกันหมด เพราะราคาขายในประเทศถูกกดเอาไว้ แม้่ว่าช่วงนี้ราคาปาล์มดิบในประเทศจะกลับมาตกต่ำ แต่ปาล์มในประเทศยังมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนได้อยู่เรื่อยๆ อีกเพราะปัจจุบันมีการนำใช้ผลิตไบโอดีเซลมากขึ้นทุกปี

หุ้นปาล์มบ้านเราส่วนใหญ่จะ downward integration กันหมด หมายความว่า แทนที่จะรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกร ซึ่งทำให้ควบคุมปริมาณวัตถุดิบให้เพียงพอกับกำลังการกลั่นได้ยาก ก็ทำไร่ปาล์มเองเสียเลย (บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกนโบายสินค้าเกษตรที่ช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหลายนั้นจริงๆ แล้วใครได้ประโยชน์กันแน่ เพราะพวกโรงงานนั่นแหละที่ปลูกปาล์มกันเยอะๆ )

วิธีวิเคราะห์หุ้นปาล์มนั่นง่ายมากๆ ก็ดูราคาปาล์มในตลาดโลกเป็นหลัก เพราะถ้าราคาดี โรงงานก็ส่งออกไปเยอะๆ ทำให้ได้ราคาขายดีขึ้น (ทำให้อดสงสัยอีกไม่ได้เช่นกันว่านโยบายตรีงราคาขายในประเทศมันดียังไง เพราะถ้าปาล์มแพง แต่ส่งออกได้ โรงงานก็ส่งออกกันหมด สุดท้ายผู้บริโภคก็ไม่มีของให้ซื้ออยู่ดี) ส่วนต้นทุนนั้นปลูกกันเองอยู่แล้ว ควบคุมต้นทุนเองได้ เวลาปาล์มดิบขึ้นลงจึงไม่ค่อยมีผลเท่าไรอีกทั้งยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับราคาขายปาล์มที่กลั่นแล้ว (ต้นทุนการปลูกปาล์มดิบจะอยู่แถวๆ 3.xx บาทต่อกิโล ส่วนใหญ่เป็นค่าปุ๋ย เทียบกับราคาขายน้ำมันปาล์มสำเร็จแถวๆ 40 บาท)

หุ้นปาล์มบ้านเรามีหลายตัว เช่น UVAN UPOIC LST CPI เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วกำไรของทั้งกลุ่มจะล้อกันทุกปี และล้อตามราคาปาล์มในตลาดโลก นั่นเอง แต่วันหนึ่งปาล์มดิบในประเทศขาดแคลนมากๆ เพราะเอาไปทำไบโอดีเซลกันเยอะ จนรัฐบาลยอมให้มีการนำเข้าปาล์มได้ ก็น่าจะดีต่อหุ้นปาล์ม เพราะทำให้ยิ่งบริหารจัดการวัตถุดิบได้คล่องตัวมากขึ้น

22 thoughts on “205: หุ้นปาล์ม”

  1. เห็นคุณ offshore engineer พูดถึงหุ้น UVAN เลยเข้าไปอ่านรายงานประจำปีของ UVAN UPOIC ได้เห็นข้อมูลเชิงเปรียบเทียบระหว่างสองบริษัทนี้ รู้เลว่าน่าจะลงทุนในบริษัทไหน ถ้าคุณ offsore เข้ามาอ่าน อยากทราบมุมมองเรื่องการต่อพื้่นที่สัมปทานของทั้ง UVAN และ UPOIC หน่อยครับว่าเป็นความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
    ผมพบอีกว่าบริษัทไหนสามารถ utilize capacity ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบได้เยอะจะมีต้นทุนต่อหน่วยที่ดีกว่า เพราะเกิด economies of scale ทำให้ profit margin ดีกว่า คุณภาพของผลปาล์มสด ก็จะมีผลทำให้ oil extration ratio ต่างกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัทหนึ่งมี R&D unit จนผลิต palm seeds ไม่ทัน ต้องจองล่วงหน้า น่าสนใจดีครับ

    1. สำหรับ UVAN ซึ่งรับซื้อจากสวนภายนอกในสัดส่วนที่สูงเกือบ 90% ผลกระทบคงไม่มากครับ อาจจะกระทบกำไรราวๆ 80-100 MB ขึ้นกับราคาผลปาล์ม ณ ขณะนั้นครับ

  2. ชอบครับ ผมจะลงเรียนทุกปี จนกว่าจะได้ปริญญาครับ

  3. ขอบคุณครับคุณ offshore ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป ขอถามต่อแล้วกันครับ คิดว่าการเปิด aec จะเป็นโอกาสหรือภาวะคุกคามสำหรับ uvan เพราะว่าเท่าที่ผมตามอ่านดูจากหลายที่ เหมือนกับว่า คุณภาพของผลปาล์มสดในบ้านเราเมื่อเทียบกับอินโดและมาเลเซีย ยังสู้ไม่ได้ แต่ด้วยการที่ uvan มี R&D center ก็น่าจะเป็นอะไรที่ท้าทายต่อไป ประกอบกับอินโดก็ยังสั่ง seeds จาก uvan ตรงนี้มีอะไรต้องน่าห่วงมั๊ยครับ
    แล้วคุณ offshore คิดว่า uvan มีโอกาสโตกว่านี้มั๊ยในอีก 5-10 ปีข้างหน้า และเพราะอะไรบ้างครับ ขอบคุณครับ

  4. อุตสาหกรรมน้ำมันปาร์มเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเป็นหุ้นเติบโตได้ไหมครับ…แล้วอุตสาหกรรมนี้จำเป็นต้องเลือกบริษัทที่เป็นอันดับหนึ่งไหมครับ

    1. พวกคอมโมคงหาที่หนึ่งยาก เพราะตลาด fragmented มาก ตอบว่าไม่จำเป็นครับ ให้หาบริษัทที่มีอะไรบางอย่างเป็นข้อได้เปรียบแทน

      ความต้องการปาล์มมีแนวโน้มเติบโตในอนาคตได้ครับ แต่ประเด็นที่จะส่งผลกระทบต่อกำไรรุนแรงกว่าคือ นโยบายของรัฐ และราคาในตลาดโลก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*