169: รีวิว SETTRADE Streaming for Android

เมื่อสักหนึ่งปีที่แล้ว ผมว่าเหตุผลสำคัญที่หลายคนยังไม่สามารถมอง Android เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสมาร์ทโฟนได้เลย แม้ว่าบางคนจะมองๆ แอนดรอยด์อยู่ก็ตาม คือมันยังไม่มี App หลายตัวที่เราอยากได้ใช้งานบนมือถือจริงๆ หากซื้อไป มันก็จะใช้ประโยชน์ได้ไม่ครบ..

ก็เพิ่งจะมาช่วงไม่กี่เดือนหลังนี่แหละ ที่ App สำคัญๆ ผุดเวอร์ชั่น Android ออกมาให้ใช้กันยกใหญ่ โดยเฉพาะ Instagram for Android ที่ไม่นึกว่าจะได้เห็นง่ายๆ ก็ได้เห็นกันไปแล้ว

แต่สำหรับ App ที่ผมว่าเป็นตัวสุดท้ายจริงๆ ที่ทำให้แอนดรอยด์เป็นมือถือที่ครบแล้วสำหรับผมคือ SETTRADE Streaming for Android ที่เพิ่งโผล่ออกมาเป็นตัวล่าสุดนี่เลยครับ ต่อไปนี้ นักลงทุนบ้านเราที่อยากเล่นมือถือที่เป็นแอนดรอยด์ก็ไม่เหลืออะไรให้ต้องตะขิดตะขวงใจอีกแล้ว (แถมยังมี Google Maps ให้ใช้ด้วยอีกต่างหาก อิอิ)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้รับการติดต่อจาก Samsung ประเทศไทย ให้ช่วยทดลองใช้และหาข้อดีข้อเสียของ SETTTRADE Streaming for Android ดู บังเอิญว่าผมเป็นสาวกหุ่นยนต์อยู่แล้วเพราะใช้ Galaxy S2 เป็นสมาร์ทโฟนประจำตัวอยู่พอดี ก่อนหน้านี้ผมเคยลองโหลด i2trade มาเล่นแก้ขัดอยู่ แต่ปัญหาก็คือว่ามันใช้งานได้แค่ไม่กี่โบรกเท่านั้น แต่ดูเหมือน Streaming บนแอนดรอยด์ตัวนี้จะรองรับโบรกเกอร์เท่ากับเวอร์ชั่นบนเว็บและ iOS เลย เพราะใช้งานได้ตั้ง 34 โบรก และก็มีบัญชี TFEX ให้ใช้งานได้เหมือนกันด้วย

หน้าจอของ Streaming for Android ตัวนี้อาจจะไม่ใช่หน้าจอที่พวกเราคุ้นเคยสักเท่าไรสำหรับคนที่ใช้งานเวอร์ชั่นบนเว็บอยู่ประจำ ทำให้จำเป็นต้องสร้างความคุ้นเคยใหม่กันบ้าง แต่ก็ได้รับคำตอบจากทางทีมงาน Settrade ว่า มือถือบนแอนดรอยด์มันมีหลายรุ่นจริงๆ แต่ละรุ่นสเปคจอก็ไม่เหมือนกันเลย จึงต้องออกแบบหน้าจอใหม่ให้เป็นแบบ web เพื่อให้แสดงผลได้ดีที่สุดในหน้าจอส่วนใหญ่ โดยได้มีการออกแบบ Layout ใหม่ให้ดูง่ายและสะอาดตารวมทั้งให้ใส่คำสั่งซื้อขายให้ง่ายที่สุดด้วย แต่หน้าจอมันก็ไม่ได้นิ่งๆ แบบ web ไปเลยนะครับ มันจะ auto-refresh ข้อมูลใหม่ให้เราเองทุกๆ ประมาณ 3 วินาทีด้วย รวมๆ แล้วถือว่าโอเคเลยครับ

ถ้าใครลองใช้ดูแล้วเห็นคำว่า Iceberg vol. ในช่องใส่จำนวนหุ้นเวลาที่ต้องการจะเทรด อาจจะสงสัยแบบเดียวกับผมว่า มันคืออะไรเหรอ ผมก็เพิ่งได้จะได้ความรู้ใหม่มาว่า Iceberg Vol. ก็คือ Published Vol. ที่เราเคยรู้จักกันนั่นเอง แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยของ policy ในการโชว์จำนวนหุ้นที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่คอนเซ็ปท์หลักเหมือนกัน Streaming เวอร์ชั่นนี้ได้ปรับคำเรียกชื่อใหม่ให้เป็นสากลมากกว่าเดิมเท่านั้นเอง

ช่วงนี้เห็นว่า Streaming for Android จะมีให้ใช้เฉพาะบนเครื่องมือถือของ Samsung เท่านั้นก่อน เพราะยังต้องดาวน์โหลดใช้งานฟรีผ่านทาง Samsung Apps Store ทางเดียวอยู่ ส่วนรุ่นที่สนับสนุนแล้วตอนนี้ก็จะมี Galaxy Tab 7.7, 10.1, Note และ S2 แต่ที่จริงรุ่นอื่นๆ ที่เป็น Android 2.3 ขึ้นไปมันก็ใช้งานได้เหมือนกันแหละ เพียงแต่การแสดงผลอาจจะไม่เป๊ะเท่ากับรุ่นที่เค้าบอกมาแค่นั้น

(บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Samsung ประเทศไทยและ SETTRADE)

 

10 thoughts on “169: รีวิว SETTRADE Streaming for Android”

  1. ไม่กล้าใช้มือถือในการทำธุรกรรมในเนต เพราะไม่รู้เลยว่ามีการป้องกันความปลอดภัยอย่างไรบ้าง

    Firewall ก็ไม่มี ใช่มั้ย คือเวลาต่อเนต มือถือเราก็เหมือน computer ยิ่งต่อผ่าน WiFi นี่ยิ่งเหมือนหมดเลย ทั้งโพรโตคอลในการรับส่งทุกอย่าง
    AntiVirus AntiMalware ก็ยังไม่แพร่หลาย แล้วจะรู้ได้ไงว่า เครื่องเราไม่มี apps ที่ทำเรื่องขโมยข้อมูล หรือ แอบส่งข้อมูลบางอย่างออกไป

    ท่านแม่ทัพพอจะรู้เรื่อง security archictecture ของโลกมือถือมั้ยครับ

  2. ลองเอา .apk ไปลงใน android emulator แล้วเอา sniffer จับว่ามันเชื่อมต่อยังไง

  3. อ่า ได้คำตอบเรื่อง SSL มาดังนี้ครับ

    @esdgr Streaming on android ใช้ protocol https มีการ encrypt ครับ ดังนั้น มั่นใจในความปลอดภัยได้ครับ มาตรฐาน เดียวกับ ssl ของเว็บบน pc ครับ

  4. กำลังตัดสินใจอยู่พอดีเลยคับ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากคับ

  5. ลองหาโหลดดูจาก samsung app ยังไม่พบโปรแกรมอ่ะครับ
    หรือว่าเค้าไม่ให้โหลดนะ???
    พี่โจ๊กพอจะทราบไหมครับ

  6. ไม่แน่ใจว่าถามในนี้จะเหมาะไหม แต่ทำไมพี่โจ๊กถึงชอบ android ล่ะครับ? +มันมีส่วนไหนที่พี่ไม่ชอบบ้างมั้ยครับ?
    พอดีกำลังเลือกระหว่าง S3 กับ iPhone5 น่ะครับ เลยอยากฟังหลายๆความเห็น ^^”

    1. ถ้ามองในแง่ hardware ผมยกให้ S3 เป็นมือถือที่ดีที่สุดในเวลานี้แล้วล่ะครับ ผมว่ามันเหนือกว่า iPhone 5 ด้วย

      แต่ถ้าในแง่ software ผมมองว่า iOS ยังเหนือกว่า Android ในแง่ของการออกแบบหน้าจอให้ใช้งานง่ายกว่า

      ส่วนจุดสำคัญที่ทำให้สุดท้ายแล้วผมเลือก Android คือ Apple จะล็อกทุกอย่างให้ต้องทำผ่าน iTunes ทั้งหมด ในขณะที่ Android เป็นระบบเปิด เวลาจะใส่เพลง ใส่หนัง เชฟข้อมูล ก็เสียบเป็น thumb drive ตรงๆ ได้เลย ใช้งานได้คล่องตัวมากกว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*